Acupuncture ฝังเข็ม การรักษาแบบโบราณที่ทันสมัย

ฝังเข็ม การรักษาแบบโบราณที่ทันสมัย

แม้การแพทย์ในปัจจุบันจะเจริญรุดหน้า ไปมากสักเพียงไร แต่ต้องยอมรับว่า โรคและ อาการผิดปกติบางอย่าง ยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่ได้ผลดีเป็นที่พอใจ ต่อให้ใช้ เครื่องมือ และยาที่มีราคาแพงที่สุด ผู้ป่วยอัมพาตก็ยัง ไม่ดีขึ้น ต่อให้มียาแก้ปวดหัวไมเกรนเม็ดละ 200 บาทมากิน โรคก็มิได้หายขาด ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก็อาจจะ กลับมาปวดใหม่ ในปัจจุบันโรคที่รักษายากทั้งหลาย มีการวิจัยยาหรือเครื่องมือที่มีราคาแพงขึ้นทุกที เช่น ยาลดไขมันในโลหิตเม็ดละ 60 บาท ยาแก้อาเจียนเข็ม ละ 800 บาท ยาเหล่านี้ ทำให้ ทั้งคนไข้และประเทศของ เราจนลง เพราะต้องซื้อจากต่างประเทศนำเข้ามา
การแพทย์แผนใหม่…ก้าวไปข้างหน้าแต่ลืมเหลียวมองข้างหลัง
ในโลกปัจจุบันทั้งหมดและประชาชนถูกสอน ให้เชื่อแต่สิ่งที่อธิบาย พิสูจน์ได้ ดังนั้น การรักษาที่ บรรพบุรุษของเราเคยอาศัยใช้ดำรงชีวิต และได้ผลดี หลายอย่างจึงมิได้ถูก สนใจหันมามอง
เป็นที่น่าเสียดายที่เราคิดแต่จะหยิบฉวยแต่สิ่ง ที่จะมีมาในอนาคต โดยมิได้นำเอาความรู้ ที่สะสมมา นานนับร้อยนับพันปี เฉพาะที่ได้ผลดีมาใช้รักษาโรค ภัยไข้เจ็บ…เราได้ทิ้งมัน ไปเฉยๆ ทั้งๆที่มีการรักษาโรค ที่ดีอยู่ใกล้ตัวเรา แต่เราหลับตามองมัน เราจึงไม่เห็น เช่น การนวดแผนไทย (ของแท้) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็น วิธีการนวดที่ดีที่สุดในโลก การรักษา โดยการปักเข็ม แบบจีน ซึ่งใช้รักษาประชาชนจีนและคนในโลกมานาน เป็นพันๆปี…ไม่เชื่อ ถามท่านซือกงดู ว่าควรปล่อยให้ การรักษาดีๆแบบนี้ลอยนวลอยู่ โดยไม่นำมาใช้รักษา ผู้ป่วยหรือเปล่า
อดีตอันรุ่งเรือง
การฝังเข็มนับว่ามีมาช้านานราว 4,000 ปีใน ประเทศจีน แต่หลักฐานแน่ชัดถูกบันทึกครั้งแรก พบเข็ม ที่ทำจากหินเมื่อ 2,500 ปีกว่าๆ 2,000 ปีก่อนในราชวงศ์ ฮั่นมีการบันทึกตำราแพทย์ เกี่ยวกับการฝังเข็มและมี การพัฒนาเข็มที่ทำด้วยเงินและทอง และการฝังเข็ม ถือเป็น การรักษามาตรฐานที่ดีที่สุด
การฝังเข็มนั้นคาดว่าได้เข้ามาในเมืองไทย เมื่อมีการติดต่อกับจีนในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ประมาณ 700 ปีก่อน และกระจายสู่ประเทศอังกฤษ เมื่อ 125 ปีก่อน จากนั้นไปสู่ยุโรป ญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1898 มีรายงานการรักษาผู้ป่วยจาก ยุโรปเป็นระยะ และเป็นที่นิยมใน ฝรั่งเศส และเยอรมัน ในกรุงปารีสมีการจัดตั้งสมาคมฝังเข็มนานาชาติ
ส่วนอเมริกาเริ่มตื่นตัวเมื่อประธานาธิบดี Nixon เดินทางไปเยือนจีนปี 1972 และได้มี การแสดง การฝังเข็มแทนการดมยาสลบให้ผู้ป่วยเพื่อทำผ่าตัด
จากนั้นมีงานวิจัยมากมาย ทั้งในด้านผลการ รักษา และกลไกที่อธิบายการรักษาแบบ ฝังเข็ม… โลกทั้งโลกจึงเข้าใจว่า มันเป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง และมิใช่เรื่องมาโกหก เล่นๆอีกต่อไป
ปี 2515 มีการตั้งแผนกฝังเข็มอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในโรงพยาบาลของรัฐ ที่โรงพยาบาลศิริราช
ความลึกลับที่ค่อยๆถูกเฉลย
ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ได้พบ หลักฐานที่นำมาอธิบายผลของการรักษา ด้วยการฝัง เข็มได้หลายอย่าง เช่น การปักเข็มลงบนจุดฝังเข็มทำ ให้เกิดการหลั่งของสาร คล้ายมอร์ฟีนในประสาทส่วน กลางทั้งสมองและไขสันหลัง รวมทั้งประสาทส่วน ปลาย สารเหล่านี้ก็ให้ผลระงับปวดได้เช่นเดียวกับที่เรา ฉีดมอร์ฟีนในผู้ป่วย แต่ปลอดภัยกว่าเพราะ เป็นสิ่งที่ร่าง กายสร้างขึ้นเอง
การฝังเข็ม ยังทำให้ระบบประสาทหลั่งสารออก มาหลายอย่าง และสามารถยับยั้ง อาการเกร็งของ กล้ามเนื้อ ทำให้อาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อและเส้น เอ็นหมดไป ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตก็จะสามารถขยับ เขยื้อนแขนขาได้ดีขึ้น
การฝังเข็ม ทำให้เพิ่มการไหลเวียนเลือดและ สารจำเป็น (micro circulation) ทำให้บริเวณ นั้นมีการ ซ่อมแซมตัวเองได้รวดเร็วขึ้น อาการบวม ฟกช้ำ เลือดคั่ง ก็จะหายเร็วขึ้น
งานวิจัยในโรคเส้นโลหิตในสมองแตก พบว่า ผู้ป่วยที่ฝังเข็มจะมีเลือดคั่งในสมองลดจำนวนลงได้ รวดเร็วกว่าพวกที่ให้กินยาอย่างเดียว ซึ่งสามารถ พิสูจน์ได้จากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของสมอง
ในผู้ป่วยอัมพาตจากเส้นโลหิตตีบ กลุ่มที่ฝังเข็มรักษามีอัตราเร็วของการฟื้นตัวมากกว่าและ ทุพพลภาพน้อยกว่ากลุ่มที่รักษาด้วยยาอย่างเดียว (Sallstrom et al 1995)
ในผู้ป่วยปวดศีรษะไมเกรนพบว่าจากการ ศึกษา ติดตามผลนาน 3 ปี ผู้ป่วยกลุ่มที่ทำ ฝังเข็มใช้ยา น้อยลงประมาณ 50% เพราะอาการดีขึ้น (Baischer 1995)
การฝังเข็ม ยังมีผลโดยตรงต่อระบบประสาท อัตโนมัติ
จุดฝังเข็มบริเวณหน้าแข้งสามารถทำให้การ บีบตัวของลำไส้ และกระเพาะอาหารลดลง อาการปวด ท้องจึงหายไปได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
จุดฝังเข็มบริเวณข้อมือและแขนท่อนล่างยังมี การตอบสนองให้ความดันโลหิตที่สูงเกิน ไปกลับเป็น ปกติ และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะกลับเป็นปกติได้
การฝังเข็มเชยหรือทันสมัย
ข้อมูลล่าสุด ณ เวลานี้ โรงเรียนแพทย์ในสหรัฐ อเมริกาประมาณ 60 กว่า% มีแผนกฝังเข็ม หรือมีการ เรียนการสอนวิชาฝังเข็มอยู่
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดประชุม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการฝังเข็มจากนานาประเทศ ครั้งแรกของโลกในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี ค.ศ. 1979 และได้ กำหนดรายชื่อโรคที่แนะนำให้ การฝังเข็มเป็นทางเลือก ในการรักษาไว้ 43 โรค ต่อมา 1995 ได้จัดประชุมครั้งที่ 2 และได้ เพิ่มรายชื่อโรคเป็น 58 โรค
ในปัจจุบันพบว่ามีโรคมากกว่ารายชื่อเหล่านี้ ที่นำการฝังเข็มรักษามาช่วยสนับสนุน การรักษาแผน ปัจจุบันได้ดี
อยากจะกล่าว ณ ที่นี้ว่าหากท่านยังมองข้าม การรักษาชนิดนี้ไป นับว่าเชยอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นโรคที่หาทางรักษาทางใดก็ไม่ได้ดี ควร คิดว่าอาจมีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้ อย่าทำตัว เหมือนคน หิวกระหายน้ำกลางทะเลทราย ยังซมซานหาแหล่งน้ำ แต่ลืมไปว่าตัวเอง กำลังสะพายกระติกซึ่งมีน้ำบรรจุอยู่
การฝังเข็มแพทย์แผนโบราณ หรือแผนปัจจุบัน
คำตอบไม่มี อยู่ที่คนคิดและคนปฏิบัติ จะไป สนใจอยู่ทำไม ในเมื่อมีการรักษาอยู่ อย่างหนึ่งที่ทำให้ คุณหายได้ โดยไม่มีอันตรายและไม่ต้องเสี่ยงต่อการแพ้ยา
โดยส่วนตัวเห็นว่าหากเราทำแบบโบราณ ก็จะ เป็นแผนโบราณ หากเราคิดวิเคราะห์โรค แบบแผน ปัจจุบันและนำมันมาใช้แบบปัจจุบันก็ย่อมทำได้
แนวคิดในการรักษาแบบจีน
แนวคิดของแพทย์แผนจีนอธิบายว่าโรคเกิด จากการเสียความสมดุลย์ระหว่าง Yin-Yang
Yin (หยิน) และ Yang (หยาง) เป็น 2 อย่างที่อยู่ตรงข้าม กันเสมอ เช่น เย็นกับร้อน หยุดนิ่ง-เคลื่อนไหว เป็นต้น
การเสียความสมดุลอันนี้อาจเกิดจากอิทธิพล จากภายนอก เช่น ดินฟ้าอากาศ ความร้อน, หนาว เชื้อโรค อาหาร และสารพิษ… หรือเป็นมาจากภายใน
การปักเข็มลงบนจุดฝังเข็มจะช่วยปรับสมดุลย์ ให้กลับมาใหม่ และช่วยกระตุ้นให้มีการ บูรณาการ ซ่อม แซมตามธรรมชาติ
อวัยวะต่างๆในร่างกายจะมีพลังของมัน (vital energy) เราอาจเรียกแบบหนังจีนว่า พลังลมปราณ (Qi – ซี่) พลังเหล่านี้จะมีทิศทางไหลเวียนโคจรไปตามร่าง กายที่ถูกต้อง แน่นอน เช่น ซี่ของกระเพาะจะต้องไหลลง อาหารจึงไปสู่ลำไส้ได้ หากซี่ของกระเพาะ โคจรกลับ ทางเป็นขึ้น ก็จะเกิดอาการผิดปกติ คือ อาเจียน
การไหลเวียนของพลังอวัยวะต่างๆหากผิด ทิศทางหรือเกิดการอุดกลั้นเดินไม่สะดวก ก็จะเกิด อาการของโรค เกิดความเจ็บปวด เกิดเลือดคั่ง ของเสียคั่ง
การปักเข็มจะช่วยทะลุทะลวงให้ลมปราณ ไหลเวียนได้ใหม่ และปรับทิศทางให้ถูกต้อง อาการ ปวดและความผิดปกติของอวัยวะนั้นก็จะหายได้
รู้ได้ยังไง ว่าจุดไหนรักษาโรคได้
คนจีนในอดีตใช้เวลา 4,000 ปีในการทดลอง ทดสอบและบันทึกต่อเนื่องกันมาแก้ไขกันไป ไม่น่า แปลกใจเลยว่า การบ้านที่ยากขนาดนี้จะทำเสร็จส่งมา ให้พวกเราได้ศึกษาต่อใน ลักษณะค่อนข้างสมบูรณ์
จุดฝังเข็มเหล่านี้เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อ มีผู้คิดค้นเครื่องมือ สำหรับค้นหาจุดฝังเข็ม และพบว่า จุดต่างๆที่แพทย์จีนได้บันทึกไว้ ล้วนแล้วแต่เป็นจุดที่มี ความต้านทานไฟฟ้า ต่ำทั้งสิ้น หมายความว่าเมื่อเรา กระตุ้นจุดเหล่านี้ด้วยพลังงาน แม้เพียงจำนวนน้อย ก็มีผล ต่อร่างกายมากกว่าจุดอื่นๆบนผิวหนัง แล้วคน จีนโบราณรู้ได้อย่างไรว่าเป็นจุดที่มี ความต้านทาน ไฟฟ้าต่ำ?? น่าฉงนไหมในความฉลาดของท่านเหล่านั้น
จุดฝังเข็มและเส้นทางลมปราณ
ในร่างกายมนุษย์จะมีเส้นลมปราณที่เป็น ทิศทางการไหลเวียนของอวัยวะต่างๆหลักๆอยู่ 12 เส้น และเส้นพิเศษอีกจำนวนหนึ่ง
จุดฝังเข็มนั้นเป็นจุดที่มีอิทธิพลต่ออวัยวะ ต่างๆ และอาการต่างๆ จุดเหล่านี้วางเรียงรายตาม แนวเส้นเหล่านี้ โดยมีความตื้นลึกจากผิวหนังแตก ต่างกัน
หากเราปักจุดที่ถูกต้องก็จะมีผลในการรักษา โรคของอวัยวะต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝังเข็มเหรือ…น่ากลัวจัง
คนที่กลัวคือคนที่ไม่รู้ มนุษย์มีสัญชาตญาณ ในการกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นเสมอ จริงๆแล้วคำว่า “ฝังเข็ม” เป็นการบัญญัติศัพท์ผิดมาตั้งแต่ต้น เพราะเรา มิได้ฝังมันเข้าไว้ในตัว แต่เราปักเข็ม ลงบนจุดรักษา แล้วคาเข็มไว้ 20-30 นาที อาจจะกระตุ้นไฟฟ้าเบาๆ จากถ่านไฟฉาย เพื่อ ให้ผลการรักษาดีขึ้น หรือกระตุ้น ด้วยมือแบบต้นฉบับของจีนก็ได้
เข็มที่ใช้ก็แสนจะเล็ก บางเฉียบ เช่น โตเพียง 0.20, 0.22, 0.25, 0.30 มม. คือหนากว่า เส้นผมหน่อย เดียว หากใช้เข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งก็จะปลอดเชื้อแน่ นอน
เข็มที่ใช้ปักไม่คมแบบเข็มฉีดยา จึงไม่ค่อยเจ็บ และแม้ถอนเข็มออกเลือดก็ไม่ค่อยจะออก เหมือนเข็ม แทรกลงไประหว่างเนื้อเยื่อ มิได้ตัดเนื้อเยื่อแบบเข็มฉีดยา
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ติดใจ และขอให้ช่วยทำให้อีก จนหายจากโรค…
ข้อดีของการฝังเข็มที่น่าสนใจ
1. เมื่อเราปักเข็ม ถามว่าจะเห็นผลเมื่อไหร่ ต้องตอบว่าเมื่อเราปักเข็มลงตรงผิวหนัง เราก็จะมอง เห็นเงาของมันทันที นั่นคือมันรักษาโรคทันที
2. การรักษาแขนงฝังเข็มเป็นการรักษาแบบ 2 ทิศทาง เพราะมันช่วยปรับสมดุล ยกตัวอย่างเช่น
– ความดันโลหิตสูง การปักเข็มจะทำให้ความดันโลหิตลดลงมาจนปกติ แต่จะไม่เว่อร์ไปจนความดัน โลหิตต่ำเหมือนการกินยา
– หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะก็เช่นเดียวกัน จะ ค่อยๆกลับมาเต้นเท่าปกติ แต่ไม่ใช่จากเร็วกลายเป็น ช้าเกินไป
– อาการปวดท้องเกร็งในลำไส้ เพราะลำไส้บีบ ตัวมากเกินไป เมื่อปักเข็มก็จะบีบตัว ลดลงจนเป็นปกติ แต่ไม่ลดมากไปจนไม่เคลื่อนไหวจนท้องอืด ท้องผูก แบบกินยา
3. ไม่ใช่แก้ปวดแบบยาแก้ปวดอย่างเดียว แต่ ยังช่วยปรับการทำงานของอวัยวะเป็นการ รักษาโรค ไปพร้อมกันเลย เช่น มีผู้ป่วยปวดประจำเดือนทุกเดือน จนวันหนึ่งปวดมาก หลังจากทำฝังเข็ม 1 เข็มที่หน้าแข้ง และกระตุ้นด้วย…. มีอาการเย็นๆในท้อง และหายปวด สนิท ภายในเวลา 5 นาที จากวันนั้นจนวันนี้นาน 3 เดือนเศษ อาการปวดประจำเดือน ไม่มีอีกเลย
4. ไม่ต้องเสี่ยงต่อการแพ้ยา และปฏิกิริยาของ ยาที่มีต่อกัน คนเราไม่ใช่กระปุกออมสิน เวลาเป็นโรค 3-4อย่าง ก็หยอดยา กินยา 7-8 ชนิด ยาเหล่านี้จะมี ปฏิกิริยาต่อกัน ในตัวเราเสมอ ไม่ใช่ 1+1 เป็น 2 เสมอ บางทียา 1 อย่าง+อีก 1 อย่างเป็น 2 ให้ผลดีขึ้น แต่พอ บวกอีก 1 แทนจะกลายเป็น 3 กลับกลายเป็นติดลบ 2 คือเกิดโทษและอันตรายต่อผู้ป่วย
ดังนั้นการฝังเข็มรักษาจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นต้องรักษาโรคในขณะที่ มียาจะกิน หลายชนิดอยู่แล้ว
5. เรากลับพบว่าไม่ว่าเราจะปักเข็มรักษาโรค ใดก็ตาม โรคอื่นๆก็มักพลอยดีขึ้นตามไป เป็นเงา เช่น โรคเบาหวานดีขึ้นจนถอยยาแทบไม่ทัน และในระยะ ต่อมากลับลดยาลด ความดันโลหิตได้อีกด้วย
เราปักเข็มรักษาอาการปวดเมื่อยคอแล้ว โรคไมเกรนกลับหายไป เป็นต้น
ที่เป็นเช่นนี้เพราะการปักเข็มมีผลในแนวบำรุง ร่างกายและปรับสมดุลของอวัยวะต่างๆ อวัยวะต่างๆก็มี อิทธิพลต่อกันเสมอ ผลลัพธ์คือผู้ป่วยดูมีสุขภาพทั่วไปดีขึ้น
6. ปลอดภัย มีรายงานน้อยมากสำหรับการ ฝังเข็มที่จะเกิดอันตรายกับผู้ป่วยที่เกิดอันตราย มักเกิด จากผู้ที่มิได้มีความรู้ทางการแพทย์ แต่มาอาศัยวิธี ฝังเข็มทำมาหากิน เมื่อไม่รู้ว่า มีอะไรอยู่ข้างใต้จุดฝัง เข็มที่ผิวหนังนั้น จึงไม่กลัวอะไรเลย ปักตามสบาย ก็จะเกิด อันตรายได้
– คนแก่
– คนแพ้ยาหลายชนิด
– คนท้อง
จึงเหมาะสำหรับการรักษาด้วยการฝังเข็ม เข็มไม่มีผล ต่อเด็ก มีจุดฝังเข็มเพียง 2-3 จุด จากจำนวนพันจุดที่ ไม่ควรปักในคนท้อง นอกนั้นปลอดภัย
เมื่อแรกเริ่มการฝังเข็มเป็นการรักษาอันหนึ่ง ซึ่งผมเองคิดว่าไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ต่อมาเมื่อ ศึกษาและได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ซึ่งเป็น แพทย์จีนแท้ๆ ด้วยวิธี การที่ถูกต้อง กลับพบว่ามันให้ผล การรักษามากกว่าที่คิดไว้มาก บางครั้งเกือบจะบอก ได้ว่ามหัศจรรย์ ด้วยประสบการณ์ที่มีจำกัด แต่ถูกขอร้องให้เขียนบทความนี้ ผมจึงขอถ่ายทอดสิ่งที่ได้ ประสบกับการรักษาผู้ป่วยให้ฟังพอเป็นแนวทางตัดสิน ใจว่า “การฝังเข็ม” เป็นวิธีการรักษาที่ดีหรือไม่
1. การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวด และเกร็ง บริเวณต้นคอและท้ายทอย สะบัก-ไหล่ ได้ผลดีทุกราย แม้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาฉีด/กิน และทำกาย ภาพบำบัดมานาน 7-8 เดือน ไม่ทุเลาเท่าที่ควร ก็ยัง สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้อย่างมาก อาการปวดบริเวณ หลัง ก็เช่นเดียวกัน
2. อาการปวดตามกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น อักเสบต่างๆ ได้ผลดีมากทุกราย
3. อาการปวดศีรษะไมเกรน การปักเข็มสามารถ ลดความรุนแรงของโรคได้มาก ทำให้กิน ยาน้อยลงมาก
4. อาการปวดท้องเฉียบพลันจากทางเดิน อาหารอักเสบและปวดประจำเดือน การปักเข็ม สามารถ ทำให้หายปวดได้รวดเร็วกว่ายาฉีดเข้ากล้าม และมี ผลดีต่อเนื่อง เชื่อว่าการปักเข็ม นั้นนอกจากทำให้หาย ปวดแล้ว ยังช่วยรักษาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ให้ด้วย
5. อัมพาตของแขน ขา การปักเข็มควรทำภาย ใน 10 วันหลังเกิดอาการ พบว่ากลุ่มผู้ป่วย เส้นโลหิตตีบ ให้ผลดีกว่าเส้นโลหิตในสมองแตก ยิ่งทำภายใน 36 ชั่วโมงยิ่งให้ผลการรักษา ที่ดีกว่าผู้ป่วยที่รักษาด้วยยา อย่างเดียว
ส่วนผู้ป่วยที่เป็นมานานแล้ว การปักเข็มก็ยัง ให้ผลดีสามารถลดอาการปวด อาการเกร็ง ซึ่งทำให้ผู้ ป่วยเคลื่อนไหวและใช้งานไม่สะดวก กลับใช้แขน ขาที่เป็นอัมพาตได้
ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการกลืนจากลิ้นแข็ง เกร็ง กินอาหารทางปากไม่ได้ เมื่อปักเข็มพบว่า ผู้ป่วย สามารถกลับมากลืนและกินอาหารทางปากได้ไม่ต้อง ใส่สายให้อาหารทางจมูก หรือผ่าตัด – ส่องกล้องใส่สาย ให้อาหารทางหน้าท้อง
6. ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมและอักเสบเรื้อรัง หากไม่ เป็นจนกระทั่งกระดูกเสียรูปไปมาก การปักเข็มให้ผล เท่าเทียมกับการฉีดยาเข้าข้อ นับว่าได้ผลน่าประทับใจ
7. การลดน้ำหนักโดยการฝังเข็มได้ผลดี แทบ ไม่ต้องกินยาช่วยเลยก็ยังลดได้ดีเกือบทุกราย และไม่ เกิดผลเสียเหมือนกับการกินยาลดน้ำหนักทั่วไป
ผู้ป่วยที่มีโรคหลายอย่าง และต้องกินยามาก อยู่แล้ว หรือสูงอายุจะเหมาะสำหรับ การรักษาแบบ นี้มาก
8. ผู้ป่วยที่เจ็บคออย่างรุนแรงจากคออักเสบ เฉียบพลัน จนพูดไม่ได้ กินอาหารไม่ได้ สามารถปักเข็ม ให้หายเจ็บคอได้ ภายในเวลาไม่กี่นาที
ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างโรคที่พบบ่อย และพบว่าการรักษา ได้ผลดีไม่แพ้วิธีรักษาด้วยยา ใดๆ หรือบางครั้งอาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากความ ตั้งใจดั้งเดิมที่พยายามจะศึกษา เรื่องการฝังเข็ม ก็ เพราะว่าจะนำมารักษาโรคที่แพทย์มาตรฐานรักษาแล้ว ไม่หาย หรือ ไม่ได้ผลดี เช่น อัมพาต ไขสันหลังได้รับ อันตราย อาการปวดเรื้อรัง ดังนั้นจึงได้มีโอกาสรักษา ผู้ป่วยที่รักษายากๆ และพบว่าช่วยผู้ป่วยได้มาก เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งถูกยิง กระสุนได้ทำให้ ไขสันหลังช่วงเอว ได้รับอันตราย ผู้ป่วยเป็นอัมพาตของขาทั้ง 2 ข้าง ขา ซ้ายเกร็งขัด และ ปวดตลอดเวลา ขาขวารู้สึกร้อนเหมือน ไฟลวกตลอดเวลา อุจจาระเองไม่ได้ต้องเอามือล้วง ออกวันละหลายครั้ง เพราะล้วงทีเดียวไม่หมด ปัสสาวะ เองไม่ได้ต้องสวนปัสสาวะออกเอง วันละหลายครั้ง ขณะนี้พบว่าสามารถถ่ายอุจจาระได้เอง โดยใช้ยา ระบายช่วยเพียง เล็กน้อย ปัสสาวะราดไม่มีแล้ว อาการ ปวดขาร้อนๆหายไป อาการเกร็งขาซ้ายลดลงมาก เหลือ เพียงบริเวณข้อเท้า ขาที่เป็นอัมพาตเริ่มแข็งแรง กล้ามเนื้อเพิ่มมาก และเริ่มเกาะ เดินได้
บทสรุป
การรักษาด้วยการฝังเข็มอย่างถูกวิธี เป็นการ รักษาที่ปลอดภัย และให้ผลการรักษาดี ในหลายโรค (ดังรายชื่อโรคข้างท้ายนี้ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำว่า การฝังเข็ม เป็นประโยชน์ ในการรักษา) ในอาการหลายอย่าง สามารถนำมา เสริมการรักษาวิธีอื่นๆหรือใช้เป็น การรักษาโดดๆ แพทย์สามารถที่จะเลือกใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยได้ ปรากฏการณ์ บางอย่างอธิบายไม่ได้แต่พิสูจน์ได้ ปรากฏ การณ์บางอย่างมองไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี จริง ใครจะไปรู้ว่าการรักษาง่ายๆแบบนี้ให้ผลเกินคาด
ในอนาคตอาจเป็นวิธีที่เอาไปใช้ในอวกาศก็อาจเป็นได้ เราอาจจะไม่ต้องใช้เข็มปักผ่านเนื้อ แต่มีวิวัฒนาการใช้ Laser, Microwave หรือ Ultrasound กระตุ้นตรงจุดฝังเข็ม ก็ยังอาจ ให้ผลการรักษาได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงมี เครื่องมือใหม่ๆที่จะใช้ได้หลายอย่าง เช่น
1. Microwave Resonance Therapy (M.R.T.)
2. Infrared Laser Acupunture
3. Low Energy Ultra-Sounds และอื่นๆอีกมาก

แผ่นแปะติดฝ่าเท้าคิโนะทาการะพันธ์ทิพย์ถูก

 

Posted on กรกฎาคม 16, 2012, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: