share บทความ

แผ่นแปะฝ่าเท้าขจัดสารพิษโดยวิธี ธรรมชาติบำบัด เป็นสมุนไพรที่สกัดจากต้นไม้ มาใข้แปะฝ่าเท้าเพื่อขจัดสารพิษออกทางฝ่าเท้าตามหลักการแพทย์จีนมีจุดสำคัญ 60จุดใต้ฝ่าเท้า หลักการของธรรมชาติบำบัด เน้นที่การปรับสมดุลคืนให้ร่างกาย โดยมีกระบวนการล้างพิษออกจากร่างกายและไม่นำสารพิษเข้าร่างกาย (เปรียบร่างกายเป็นดิน ของเสียคือน้ำ ปกติดินจะคอยซับน้ำแต่ถ้าน้ำมีปริมาณมากเกินกว่าดินจะซับไว้ได้ก็จะทำให้น้ำท่วม หรือร่างกายเจ็บป่วยนั่นเอง)

ช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกาย บำบัดรักษาอาการของโรคให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ,ใช้ดูแลสุขภาพป้องกันลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค (คนเรามักเป็นโรคก่อนแล้วค่อยมารักษา มันคงไม่ดีนักกับการเจ็บป่วย ยิ่งถ้าป่วยเป็นโรคที่รุนแรงด้วย) ,ลดการใช้ยาแผนปัจจุบันที่ผลข้างเคียงต่อร่างกายเช่น กระเพาะ ตับไต (ใช้แปะฝ่าเท้าและจุดที่ปวดมากๆ ไม่ต้องกินหรือทา)

มีหลายกรณีที่นำไปใช้แล้วเห็นผล (ใช้กับตนเอง,คนในครอบครัว และแนะนำคนอื่นให้ลองใช้) เช่น โรคเก็าท์ ปวดบวมเข่าข้อ เอว เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เหน็บชาเรื้อรัง (ขยับได้ดีขึ้น คลายปวดลดบวม ลดการใช้ยาที่มีผลต่อกระเพาะ) ,ท้องผูกขับถ่ายไม่ปกติ (ประเภท2-3อาทิตย์ไม่ถ่าย บางรายถึงขนาดต้องสวนกาแฟถึงจะถ่ายได้) , ลดความดัน(180 เหลือ140 ) คลอเลสเตอลอล(จาก300เหลือ240) เบาหวาน(จาก200เหลือ107) , เม็นส์มาไม่ปรกติ วัยทอง(ปรับฮอร์โมนให้สมดุล),โรคตับ ไต (ช่วยลดภาระในการทำงานของตับไต ช่วยเอาของเสียส่วนเกินที่สะสมในร่างกายออก) , แผลผ่าตัด แผลกดทับที่ก้น (แผลแห้งเร็วขึ้น ไม่เยิ้ม) เป็นต้น

ผลตอบรับคือมีความพึงพอใจ ช่วยบำบัดรักษาอาการโรคของแต่ละคนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ สามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น สุขภาพดีขึ้น นอนหลับพักผ่อนได้ดี สดชื่น ลดการใช้ยาแผนปัจุบันที่มีผลข้างเคียงเมื่อใช้เป็นเวลานาน

สามารถเห็นความแตกต่างได้จากการใช้ในครั้งแรก

เป็นสินค้าที่ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย คนร่างกายปกติ หรือคนร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยหนัก(งดน้ำ งดอาหาร)ก็ยังใช้ได้
แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน
สินค้าแนะนำสำหรับทุกคนที่อยากมีสุขภาพที่ดี

 

” สุขภาพที่ดีจากภายใน “

ประวัติความเป็นมาและผู้คิดค้น :ตั้งแต่อดีตกาลมา มนุษย์ก็พบว่าต้นไม้ไม่จำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษก็สามารถอาศัยความ สามารถเฉพาะตัวในการดูดซึมแร่ธาตุจากพื้นดินพลังงานจากดวงอาทิตย์ และจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมัน ในการเจริญเติบโตมีอายุยืนยาวนับพันปี วงการแพทย์ของประเทศญี่ปุ่น โดยการคิดค้นของ ดร.ทาคาโอะ มัสสุชิตะ และ ดร.คาวาเซะ อิสุโกะ ได้อาศัยทฤษฎีและพลังงานธรรมชาติที่ลี้ลับของต้นไม้ ทุ่มเทแรงใจในการศึกษาวิจัยนานถึง 26ปี ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการสกัดสารจากต้นไม้ ที่มีมากในต้นโอ๊ค ต้นบรด และต้นซากุระ สารชนิดนี้เรียกว่า “วู้ดไวนิก้า (Wood Vinegar)” ซึ่ง มีความสามารถในการดูดสารพิษเป็นอย่างดี ท่านด็อกเตอร์ทั้ง 2 จึงนำมาเป็นส่วนผสมกับสารสำคัญอื่นๆอีก 8ชนิด ผลิตเป็นแผ่นดูดสารพิษ เพื่อนำมาใช้ในร่างกายมนุษย์ โดยวิธีชีวะบำบัดได้ผลอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นเคล็ดลับการบำบัดที่ทำให้มนุษย์ได้มีโอกาสเริ่มต้นการกลับคืนสู่ธรรมชาติ

 

ทำไมจึงใช้คิโนะทาการะกับฝ่าเท้า? :เหตุที่นำมาใช้ปิดฝ่าเท้าของมนุษย์คือ ตามการแพทย์ของจีนนั้น ร่างกายมนุษย์สามารถฝังเข็มได้ 360จุด และ 60 จุดอยู่ที่ฝ่าเท้าของมนุษย์ เปรียบได้กับ “หัวใจที่ 2” เป็นจุดสะท้อนของอวัยวะภายใน และเป็นที่สะสมของสารพิษต่างๆด้วย เมื่อโลหิตไหลเวียนฝ่าเท้า แผ่นคิโนะทาการะจะดูดเอาสารพิษต่างๆเหล่านั้นออกมาติดอยู่ที่แผ่น ยิ่งใช้นานวัน สีของสารที่ถูกดูดออกมาจะจางลง แสดงว่าโรคต่างๆในร่างกายได้บรรเทาลงไปด้วย

 

 

ขจัดสารพิษในร่างกาย :โดยปกติแผ่นคิโนะทาการะจะเป็นสีเหลืองอ่อน หลังจากติดใต้ฝ่าเท้า 1 คืนแล้ว แผ่นคิโนะทาการะอาจจะกลายเป็นสีน้ำตาลหรือสีชา หรือมีลักษณะคล้ายดินโคลน หรือมีลักษณะเป็นมัน หรือน้ำเหลวๆ (น้ำเหลืองไม่ดี) ขณะเดียวกันอาจจะมีกลิ่นแปลกๆ นั่นหมายถึงสารพิษในร่างกายค่อยๆถูกขจัดออก หากสามารถใช้อย่างต่อเนื่อง สีจะค่อยๆจางลง ซึ่งเป็นสิ่งแสดงถึงสารพิษในร่างกายลดลงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคนด้วย
ปกติสารพิษจะหมุนเวียนและสะสมบริเวณฝ่าเท้า คิโนะทาการะสามารถที่จะดูดสารพิษที่สะสมอยู่ออกจากร่างกายซึ่งจะทำให้มีความ รู้สึกสดชื่นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเซลล์ของร่างกาย เพิ่มพูนการสันดาป เสริมสร้างให้ภูมิต้านทานดีขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย การนอนหลับดีขึ้น และทำให้กระปรี้กระเปร่า

สรรพคุณของแผ่นคิโนะทาการะ :เป็นการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการกำจัดของเสียในร่างกายโดยผ่านระบบการไหลเวียนเลือดทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคแข็งแรง

วิธีการใช้คิโนะทาการะ :แปะที่ฝ่าเท้า หรือบริเวณที่ปวด,เมื่อย (ถ้าติดใต้ฝ่าเท้าก่อนนอนจะได้ผลดีเป็นพิเศษ) นาน 6-8 ชั่วโมง ดังนี้

1. ก่อนปิดควรเช็ดฝ่าเท้าให้แห้ง ในระหว่างที่ปิดฝ่าเท้าไม่ควรเปียกน้ำ
2. ลอกกระดาษบนผ้ากาวออก เกลี่ยสมุนไพรให้ทั่วซองก่อน แล้วแกะเฉพาะพลาสติกใสที่ห่อซองสมุนไพร
3. ใช้ด้านที่มีตัวหนังสือภาษาญี่ปุ่น (สีชมพู) ติดลงบนกึ่งกลางผ้ากาว
4. ใช้ด้านที่มีรู (สีขาว) ติดแนบลงบนกึ่งกลางของฝ่าเท้า ตามแนวขวาง
5. หลังจากครบ 6-8 ชั่วโมงให้ดึงผ้ากาวออกแล้วใช้ผ้าเปียกเช็ดสิ่งสกปรกที่ฝ่าเท้าออกหรือล้างด้วยน้ำสะอาด

-(สำหรับผู้ที่มีโรค แนะนำให้แปะต่อเนื่องจนรู้สึกว่าอาการดีขึ้น กำเริบน้อยลง ควบคุมอาการของโรคได้)-

-(สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ป้องกันลดความเสี่ยง แนะนำให้แปะอาทิตย์ละ 1ครั้ง)-

 

คำเตือน

• สตรีมีครรภ์ห้ามใช้ (มีผลต่อน้ำคร่ำ)
• ผู้เป็นโรคหัวใจที่ต้องใช้แบตเตอรี่ช่วยห้ามใช้
• ห้ามแปะบนบาดแผล
• ผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน
• ควรใช้ทันทีที่แกะออกจากถุงพลาสติก
• เก็บให้มิดชิด พ้นมือเด็ก

 

แพทย์ทางเลือก ธรรมชาติบำบัด : สุขภาพดีด้วย “ธรรมชาติบำบัด”

ทุกๆ โรคในร่างกาย ธรรมชาติบำบัดสามารถเยียวยารักษาได้

ปัจจุบันการรักษาสุขภาพด้วยวิธีการ “ธรรมชาติบำบัด” เป็นแนวทางที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้ความสนใจอย่างกว้างขวางในการรักษาคนไข้ หนึ่งในนั้นคือ Mr.Jacob Vadakkanchary คุณหมอชาวอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดและเจ้าของศูนย์ธรรมชาติบำบัด นวชีวัน เมืองอารัวอนาคูลัม รัฐเคราลาทางตอนใต้ของอินเดีย

Dr.Jacob ได้บรรยายเรื่อง “ธรรมชาติบำบัด” ที่ห้องประชุมเบญจกูล สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ไว้ว่า

ธรรมชาติบำบัดคือการดูแลรักษากาย ใจ โดยขบวนการทางธรรมชาติ ตั้งอยู่บนหลักที่ว่าโรคทุกชนิดร่างกายและจิตใจของคนเราสามารถเยียวยารักษา ตัวเองได้ ถ้าร่างกายอยู่ในสภาพสมดุลปรกติ โรคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ภูมิแพ้ หืดหอบ ฯลฯ เกิดจากการดำเนินชีวิตผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ และรับประทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน เช่น เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ หรือรับประทานยาหรือฉีดยาที่ทำจากสารเคมี สารเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในร่างกายมาก หรือการใช้ชีวิตที่เครียดเกินไป หักโหมเกินไป กังวลเกินไป ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้น การดูแลสุขภาพของคนเราจะเน้นเรื่องอาหาร การรับประทานอาหารที่ดีจะทำให้มีสุขภาพดี สุขภาพของคนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของการรับประทานอาหาร Bacteria ไม่มีผลทำให้เกิดโรคต่อร่างกาย การเจ็บป่วยของคนล้วนเกิดจากอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนที่คนเรารับประทานเข้า ไป เรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้

ขบวนการขับสารพิษออกจากร่างกายมี 4 ทางคือ ทางจมูก ทางเหงื่อ ทางปัสสาวะ และทางอุจจาระ คนเราควรหมั่นหายใจลึกๆจะได้อากาศบริสุทธิ์เข้าไปในปอด เพื่อนำออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และควรตากแสงแดดอ่อนๆทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อดูดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีดูแลรักษาสุขภาพอย่างง่ายๆที่คนทั่วไปสามารถปฏิบัติได้ เวลามีอาการเจ็บป่วยร่างกายจะเสียสมดุล ถ้าจะแก้ไขให้สมดุลก็ต้องปรับสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

ร่างกายมีกลไกกำจัดสารพิษอยู่ในตัวเอง เช่น เวลาไอ จาม หรือมีผื่น วิชาธรรมชาติบำบัดอธิบายว่าไม่ใช่อาการป่วยเป็นโรค แต่ร่างกายกำลังทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ เวลามีสารพิษเข้าไปในปอดร่างกายก็จะจาม การจามแรงๆเป็นการขับพิษออกจากร่างกาย ซึ่งธรรมชาติก็ช่วยขับพิษอยู่แล้ว การรับประทานยาแก้ไอจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้ การที่เราเป็นไข้ก็เป็นขบวนการทำลายเชื้อโรค เมื่อมีอาการเจ็บคอ อาการไอ ก็ให้ใช้วิธีธรรมชาติบำบัด เวลาท้องเสีย วิชาธรรมชาติบำบัดอธิบายว่าเป็นการทำความสะอาดของร่างกายครั้งใหญ่ การถ่ายให้หมดจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย แต่คนเราไม่เข้าใจธรรมชาติ นึกว่าท้องเสียเป็นอาการของโรคเลยไปซื้อยามารับประทานให้หยุดถ่าย อาการท้องเสียหยุดทันที ทำให้อาหารปนเปื้อนสารพิษที่รับประทานเข้าไป ซึ่งร่างกายต้องการขับออก แต่เราไปรับประทานยาให้หยุดถ่าย ทำให้ร่างกายกักสารพิษเอาไว้ ซึ่งไม่ถูกต้อง วิธีที่ถูกต้องคืออย่ารับประทานยาให้หยุดถ่าย ถ้าเรารับประทานยาให้หยุดถ่ายพิษต่างๆก็จะซึมเข้าสู่ร่างกาย หากซึมผ่านเส้นเลือดไปที่ผิวหนังก็จะเป็นผื่น ซึมไปที่ไตก็จะเป็นโรคไต ซึมไปที่ระบบหายใจก็จะเป็นหืดหอบ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ต้องใช้ธรรมชาติบำบัดขับพิษออกให้หมด

แนะนำให้รับประทานอาหารมังสวิรัติ ไม่แนะนำให้รับประทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ เช่น หมู ปลา Dr.Jacob บรรยายว่าถ้านำเนื้อสัตว์ไปทิ้งไว้ในตู้หลายๆวันก็จะมีกลิ่นเหม็นเน่า มีสารพิษ เหมือนกับคนรับประทานเนื้อสัตว์ไปหมักหมมอยู่ในลำไส้ ร่างกายก็จะได้รับสารพิษนั้นด้วย

ในกรณีคนที่ปวดศีรษะเนื่องจากเป็นเนื้องอกที่สมอง จริงๆแล้วกลไกของร่างกายต้องการให้หยุดทำงาน หากรับประทานยาแก้ปวดศีรษะ อาการปวดบรรเทาก็ยังคงทำงานต่อไปได้ เนื้องอกก็จะลุกลามต่อไป จึงควรรักษาโดยธรรมชาติบำบัด (Health Life Style) การรับประทานยาต่างๆ เช่น Brufen, Paracetamol, Penicillin และ Tetracycline เป็นต้น ซึ่งจะมีพิษต่อตับและไต ยาจะให้ผลดีในระยะสั้น แต่จะเกิดผลเสียในระยะยาว

ทุกวันนี้คนเราป่วยเพราะมีสารพิษตกค้างในร่างกาย การบริโภคอาหารแต่ละชนิดใช้เวลาในการย่อยไม่เหมือนกัน เช่น เนื้อสัตว์ใช้เวลาในการย่อยนานถึง 12ชั่วโมง ขณะที่ผักดิบใช้เวลาย่อย 2ชั่วโมง 30นาที ส่วนน้ำผลไม้ใช้เวลาย่อยเพียง 1ชั่วโมง

วิธีการอดอาหารเพื่อล้างพิษเป็นทางเลือกหลักของวิชาธรรมชาติบำบัด บางคนอาจอดอาหาร 7วัน บางคนอดอาหาร 14วัน แต่บางคนอาจต้องอดอาหารถึง 21วัน แล้วแต่อาการของโรค ก่อนการอดอาหารต้องเตรียมความพร้อมก่อน โดยให้รับประทานผักและผลไม้เพื่อปรับสภาพร่างกาย 3วัน หลังจากนั้น 4วันแรกให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว อีก 3วันต่อมาให้ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาว และ 3วันสุดท้ายให้ดื่มน้ำผลไม้ จากนั้นค่อยๆปรับสภาพร่างกาย โดยให้รับประทานผักสดและผลไม้ แล้วกลับมาใช้ชีวิตปรกติตามเดิม

ในรายผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง อาจให้อดอาหาร 20วัน เพื่อไม่ให้มะเร็งเจริญเติบโต ระหว่างนั้นจะให้น้ำผลไม้อ่อนๆ ให้เอาผ้าเปียกมาประคบบริเวณที่มีอาการปวดจะทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะระบบภายในของผู้ป่วยโรคมะเร็งจะสูญเสียสมดุลเกือบหมด ระหว่างการรักษาหากผู้ป่วยมีอาการไข้นอนซม หมอธรรมชาติบำบัดจะรู้สึกดีใจ เพราะเป็นวิธีการที่ธรรมชาติรักษาตัวเอง อุณหภูมิในร่างกายผู้ป่วยสูงขึ้นเพื่อฆ่าเชื้อโรค Dr.Jacob บอกว่าเมื่อผู้ป่วยภาวนาจนเกิดอาการไข้สูงต้องนอนซม 4-5 วันนั้นเป็นการส่งสัญญาณว่าการรักษาได้ผล บางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอ ปากขม ไม่อยากรับประทานอาหาร เพราะร่างกายต้องการเยียวยาตัวเอง หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดบริเวณที่เป็นโรคมะเร็งก็จะใช้โคลนพอกเพื่อช่วย บำบัดอาการเจ็บปวด นอกจากนี้ยังใช้วิธีฝึกเปลี่ยนจิตของผู้ป่วยด้วยการให้ฝึกภาวนา และเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ป่วยโดยให้คิดว่าวันนี้อาการดีขึ้น หรือให้ผู้ป่วยด้วยกันช่วยกันเยียวยาจิตใจ เช่น ให้พูดบอกกันว่าวันนี้อาการดูดีขึ้นนะ

วิชาธรรมชาติบำบัดมีหลักว่าจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากจิตตายร่างกายจะตายด้วย Dr.Jacob กล่าวว่า การฝึกโยคะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการรักษาเพื่อให้เข้าถึงจิตตัวเอง คนทั่วไปมักจะนึกว่าเราเป็นเจ้าของร่างกาย แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ ต้องกลับไปดูที่จิต ตัวอย่างเช่นคนที่ออกกำลังกายในโรงยิมก็เหมือนคนภาวนาเพื่อให้ร่างกายแข็ง แรง เพราะจิตบอกว่าออกกำลังกายเพื่อให้มีกล้าม ต่างจากกรรมกรที่แบกหามกล้ามเนื้อจะไม่สมบูรณ์เหมือนคนออกกำลังกายในโรงยิม เพราะจิตไม่ได้สั่ง

ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นแผลเรื้อรัง เมื่อผู้ป่วยมีแผลตามแขนขา ซึ่งเป็นแผลที่รักษาไม่หาย อาจจะต้องตัดอวัยวะส่วนที่เป็นแผลทิ้ง ซึ่งรักษาโดยวิธีธรรมชาติบำบัดอย่างง่ายๆด้วยการให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานใช้ หรือรับประทาน raw diet (อาหารดิบ น่าจะหมายถึงผักผลไม้สด) ใช้สมุนไพร tamaric root (พืชเป็นหัวใต้ดินตระกูลขิง ข่า ขมิ้น) และน้ำเย็นล้างแผลวันละ 2-3 ครั้ง แล้วให้ผู้ป่วยตากแดด เน้นเรื่องการตากแดด แผลนั้นจะค่อยๆแห้งและยุบ จนกระทั่งแผลหาย

การรักษาผู้ป่วยเป็นไมเกรนหรือไซนัส การล้างจมูกด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย หรือล้างตาในน้ำสะอาดจะทำให้ระบบประสาทตาเย็นลง และช่วยขจัดไขมัน

Dr.Jacob กล่าวว่า หากคนเราดูแลเรื่องอาหารการกิน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่รับประทานยา เพราะยาไม่เพียงแต่ฆ่าเชื้อโรคเท่านั้น แต่ยังทำลายภูมิต้านทานโรคในร่างกาย ยาแผนปัจจุบันแม้จะช่วยยับยั้งอาการปวดหรืออาการไข้ แต่นั่นเป็นเพียงการกดอาการ ไม่ได้เป็นการรักษาให้หายขาด การรักษาอยู่ที่ตัวของเราเองที่หันมารักษาตามแนวทางธรรมชาติบำบัด วิชาธรรมชาติบำบัดขนานแท้ไม่ใช่หมอบำบัดคน หมอเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำปรึกษา จากนั้นผู้ป่วยจะเป็นผู้บำบัดเอง วิชาธรรมชาติบำบัดเปรียบเปรยให้เห็นว่าห้องครัวก็คือโรงพยาบาล คุณแม่ก็เหมือนหมอในบ้าน จะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยหรือสุขภาพดีก็ขึ้นอยู่กับคุณหมอคนนี้

 

Posted on กรกฎาคม 30, 2012, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: