แผ่นพับโรคความดันกับเบาหวาน

ความดันโลหิตสูง

ความดัน

โลหิตสูง

จัดทำโดย

สาขาสาธารณสุขชุมชน

วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

 

 

สิ่งที่ควรทราบ

ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบมากในปัจจุบัน  โดยเฉพาะผู้สูงอายุและนับว่าเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน  หากไม่ได้รับการดูแลรักษา

ความดันโลหิตปกติ

ª อายุน้อยกว่า  40 ปี

ความดันโลหิต ไม่ควรเกิน 140 / 90 มิลลิเมตรปรอท

ªอายุมากกว่า  50 ปี

ความดันโลหิตไม่ควรเกิน  150 / 90 มิลลิเมตรปรอท

ความดันโลหิตสูง  คือ

                ค่าตัวบนมากกว่า  160  มิลลิเมตรปรอท  ค่าตัวล่างมากกว่า  95  มิลลิเมตรปรอท

               

สาเหตุ                                                  

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแต่จากการวินิจฉัยของแพทย์ พบว่า อาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิตที่ไม่ถูกต้อง  เช่น

ý          สูบบุหรี่จัด

ý          น้ำหนักตัวมากเกิน

ý          ขาดการออกกำลังกาย

ý          ประสาทตึงเครียดตลอดเวลา

ý          ภาวะน้ำตาล หรือ ไขมันในเลือดสูง

ý          การบริโภคเกลือมากเกิน

ý          กรรมพันธุ์

 อาการผิดปกติที่พบบ่อย

ªปวดมึนศีรษะบริเวณท้ายทอย  มักเป็นตอนเช้า

ªตาพร่ามัว  มึนงง

ªเวียนศีรษะ  รู้สึกโคลงเคลง  บ้านหมุน

ªคลื่นไส้

ªนอนไม่หลับ

ªเพลีย  ไม่มีแรง

ªแน่นหน้าอกเวลาออกกำลังกาย

อันตราย

หากไม่ได้รับการรักษา  หรือควบคุมความดันโลหิตไม่ได้เป็นเวลานานๆ  จะทำให้หลอดเลือดตีบ และแข็งตัว  อวัยวะสำคัญต่างๆ อาจมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ  และเป็นอันตรายถึงพิการ  หรือเสียชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน  เช่น  เส้นเลือดในสมองแตก  ทำให้เป็นอัมพาต  หรือตายได้  หัวใจพองโต  และหัวใจวาย  ไตพิการ หรืออักเสบเรื้อรัง

การปฏิบัติตัว

ควรตรวจเช็ค  และจดบันทึกความดันโลหิตเป็นประจำ

›      ถ้ามีความดันโลหิตที่ผิดปกติ  ต่อเนื่องกันหลายวันต้องปรึกษาแพทย์

›      หากมีอาการผิดปกติ  ควรปรึกษาแพทย์ทันที

›      ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

›      กินยาอย่างอย่างสม่ำเสมอ

›      ไม่ควรเปลี่ยนขนาดของยาเอง  โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

 FootPatchPad

›      หากจำเป็นต้องใช้ยาอื่นร่วมด้วย

ควรปรึกษาแพทย์

›      ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

›      เลิกสูบบุหรี่  งดเหล้า และเบียร์

›      พักผ่อนให้เพียงพอ

›      ไม่หงุดหงิดคิดมาก  หรือเครียดอะไรง่ายๆ

›      หลีกเลี่ยงอาหารมัน  เค็ม  หวาน  และเครื่องในสัตว์

 

ใส่ใจสุขภาพอีกสักนิด…          

 ……เพื่อชีวิตที่สดใส

วันนี้ท่านตรวจความดันโลหิต

แล้วหรือยัง ?

 

 

ª        ความดันโลหิตสูง  เป็นโรคที่

      รักษาไม่หายขาด  จำเป็นต้องดูแล และควบคุมไปตลอดชีวิต ª

 

 

จัดทำโดย

สาขาสาธารณสุขชุมชน

วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

สาเหตุ   โรคนี้เกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยหรือไม่สร้างเลย  จึงทำให้เกิด

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อมีน้ำตาลคั่งในเลือดมากเป็นเวลานาน ๆ  ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะบ่อย  หิวน้ำบ่อย และสุขภาพอ่อนเพลีย

เบาหวานมี  2 ชนิด

–                   เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน  มักเกิดกับเด็กรูปร่างผอมเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน  ไม่สามารถใช้ยาเม็ดรับประทานในการรักษาได้

–                   เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน  มักเกิดกับผู้ใหญ่รูปร่างอ้วน  เนื่องจากอินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ต่อผนังเซลล์ได้ดี  ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง  การรักษาอาจเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกาย  ใช้ยาเม็ด  หรือยาฉีด

อาการ คนปกติมักจะไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะในเวลากลางดึกหรือปัสสาวะอย่างมากไม่เกิน 1 ครั้ง เมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่า 180 มก.% โดยเฉพาะในเวลากลางคืนน้ำตาลจะถูกขับออกทางปัสสาวะทำให้น้ำถูกขับออกมากขึ้น จึงมี   อาการปัสสาวะบ่อยและเกิดการสูญเสียน้ำ และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม

–                   ผู้ป่วยจะหิวน้ำบ่อยเนื่องจากต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ

–                   อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเกิดเนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลจึงย่อยสลายส่วนที่เป็นโปรตีนและไขมันออกมา

–                   ผู้ป่วยจะกินเก่งหิวเก่งแต่น้ำหนักจะลดลงเนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้ จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อ

–                   อาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดได้แก่ การติดเชื้อ แผลหายช้า คัน

–                   คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง สาเหตุของอาการคันเนื่องจากผิวแห้งไป หรือมีการอักเสบของผิวหนัง

–                   เห็นภาพไม่ชัด ตาพร่ามัวต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายตา เช่นสายตาสั้น ต้อกระจก น้ำตาลในเลือดสูง

–                   ชาไม่มีความรู้สึก เจ็บตามแขนขา หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากน้ำตาลสูงนาน ๆทำให้เส้นประสาทเสื่อม เกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก

–                   อาเจียน

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

-ควบคุมอาหารสม่ำเสมอ

-ออกกำลังกายตามความเหมาะสมกับสภาวะร่างกาย

-ใช้ยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ

-ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและวิธีปฏิบัติตัว

-พบแพทย์สม่ำเสมอตามนัดเพื่อวัดผลการควบคุมน้ำตาล และตรวจหาโรคแทรกซ้อน

-ตรวจน้ำตาลในเลือดหรือในปัสสาวะบ่อยๆ โดยเฉพาะในรายที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี

-พกน้ำตาล ทอฟฟี่ หรือลูกกวาดติดตัวเสมอ และใช้ทันทีเมื่อมีอาการน่าสงสัยว่าน้ำตาลต่ำ

-หมั่นตรวจเท้าทุกวัน ห้ามสวมรองเท้าคับ

-ปรึกษาแพทย์เมื่อ มีอาการเจ็บไข้ มีอาการน้ำตาลต่ำ มีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น มีบาดแผล หรือแผลที่เท้า และเมื่อตั้งครรภ์

อาการและโรคที่พึงระวัง

-โรคตา

-แผลเรื้อรัง

-โรคไต

-โรคหัวใจ

-ความดันโลหิตสูง

-โรคเหน็บชา

-โรคอัมพาต

 

การมองเห็นของคนเป็นโรค

การมองเห็นของคนปกติ          เบาหวาน

 

 

แผลกดทับที่เท้า

 

“เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังไม่หายขาด ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยสิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการเกิดโรค”

 

 

แผ่นแปะเท้า

Posted on สิงหาคม 14, 2012, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: