Helicobacter pylori

ตรวจแบคทีเรียร้ายในกระเพาะอาหารด้วยกล้อง

 จะทราบได้อย่างไรว่าติดเชื้อ

Helicobacter  pylori

การส่องกล้องตรวจกระเพาะ  เพื่อหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน  โดยการตัดเนื้อเยื่อกระเพาะมาตรวจหาเชื้อ โดยเทคนิคต่างๆ นอกจากวิธีส่องกล้องแล้วก็ยังมีวิธีการเจาะเลือดตรวจ หาภูมิต้านทานต่อเชื้อวิธีการตรวจลมหายใจ (ปัจจุบันวิธีนี้ ยังไม่มีในเมืองไทย)

โรคกระเพาะอาหารกับเชื้อแบคทีเรีย

Helicobacter  pylori

โรคกระเพาะอาหารที่เรียกกันแพร่หลายจนติดปากนั้น  ทางการแพทย์จะหมายถึง โรคแผลเปปติค (Peptic Ulcer)  ซึ่งจะเกิดเป็นแผลที่บริเวณกระเพาะอาหารโดยตรงหรือ เกิดเป็นแผลที่บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นซึ่งอยู่ติดกับ กระเพาะอาหาร 80% ของผู้ป่วย ส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาการเป็นๆ หายๆ คือหลังจากรักษาแผลให้หายแล้วก็มักจะกลับมาเป็นแผลอีกอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถ รักษาให้หายขาดได้ในอดีตมีความเชื่อว่าโรคกระเพาะ เป็นผลมาจากการที่กระเพาะอาหารมีกรดมากหรือเยื่อบุกระเพาะ อาหารไม่แข็งแรงแต่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันเราพบว่าโรคกระเพาะอาหารมีสาเหตุสำคัญอันหนึ่งมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Helicobacter pylori

 

Helicobacter pylori

แบคทีเรียร้ายในกระเพาะอาหาร

          เป็นเวลานานกว่า 100 ปีแล้ว ที่มีการค้นพบเชื้อแบคทีเรียที่กระเพาะอาหารแต่ไม่ทราบถึงความสำคัญ จนกระทั่งปี พ.ศ.2526 แพทย์ชาวออสเตรเลีย 2 ท่าน คือ Barry  Marshall และRobin Warren  สามารถเพาะเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้และค้นพบว่าเชื้อนี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคกระเพาะอาหาร และได้ตั้งชื่อแบคคทีเรียตัวนี้ว่า  เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร (Helicobacter pylori)

          โดยปกติแล้วกระเพาะอาหารจะมีสภาพที่เป็นกรดอย่างแรง  ซึ่งจะทำหน้าที่ทำลายแบคทีเรีย  ทำให้แบคทีเรียส่วนใหญ่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แต่เนื่องจากเชื้อ H. pylori  จะมีลักษณะพิเศษที่ สำคัญคือสามารถสร้างด่างมาหักล้างกับกรดได้ทำให้เชื้อนี้สามารถอยู่และเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรดอย่างแรงในกระเพาะอาหารได้  จากการศึกษาวิจัยตลอดสิบปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า เชื้อแบคทีเรีย H. pylori เป็นสาเหตุโดยตรง ที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุที่สำคัญอันหนึ่งของโรคแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น อีกทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงประการหนึ่งในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการของโรคกระเพาะอาหาร

          ส่วนใหญ่มีอาการปวดท้องบริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ โดยมีประวัติเป็นเรื้อรังมานาน

โดยสุขภาพทั่วไปไม่ทรุดโทรม ผู้ป่วยบางรายมีอาการจุกเสียด แน่น เจ็บ แสบหรือ ร้อน โดย

อาการจะสัมพันธ์กับการกินอาหาร หรือชนิดของอาหารที่กิน เช่น อาจปวดมากตอนหิว หลัง

อาหารอาการจะทุเลา แต่ผู้ป่วยบางคนอาการปวดเป็นมากขึ้นหลังอาหาร โดยเฉพาะอาหารรส

เผ็ดจัด เปรี้ยวจัดเป็นต้น บางรายอาจมีอาการปวดท้องกลางดึก

 

เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ติดต่อกันได้อย่างไร?

สันนิษฐานกันว่าการถ่ายทอดของเชื้อเป็นจากคนสู่คนโดยผ่านทางปาก เชื้อแบคทีเรีย

ดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย ตั้งแต่ยังเด็ก เมื่ออายุมากขึ้นจะมี ความชุกของการติดเชื้อนี้เพิ่มขึ้น นอก

จากนี้พบว่ามีการระบาดค่อนข้างสูงในชุมชนที่อยู่แออัด และในครอบครัวหรือสถาบันเดียวกัน

 

การรักษาเพื่อกำจัดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร

ในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้ทำการกำจัดเชื้อในผู้

ป่วยแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นทุกรายที่มีการติดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์

ไพโลไร ร่วมด้วยไม่ว่าจะเพิ่งเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กครั้งแรกหรือเคย

เป็นๆ หายๆ ก่อนการรักษาควรตรวจเพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร

จริงด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการวิธีหนึ่งการรักษาที่นิยมใช้กันมากและ มีประสิทธิภาพ

สูงประกอบด้วยการใช้ยาลดการหลั่งกรด 1 ชนิด ร่วมกับยาปฏิชีวนะอีก 2 ชนิด เป็นระยะ

1-2 สัปดาห์ พบว่าได้ผลการกำจัดเชื้อมากกว่า 90% ข้อบ่งชี้ว่ากำจัดเชื้อได้ คือ การตรวจ

ไม่พบเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร เมื่อ 4 สัปดาห์หลังจากหยุดการรักษา

การรักษาเพื่อกำจัดเชื้อเฮลิโคแบคเตอรื ไพโลไร

ข้อดีของการกำจัดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร พบว่าหลังจากที่กำจัดเชื้อได้แล้ว

โอกาสที่จะกลับมาเป็นแผลในกระเพาะอาหารซ้ำอีกลดลงไปอย่างมาก (จาก 80% ใน 1 ปี

ลดเหลือไม่เกิน 10% ใน 1 ปี) และมีโอกาสหายขาดทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรักษาอยู่เรื่อยๆ และ

ยังลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

 

ข้อควรปฏิบัติ

พึงระลึกไว้เสมอว่าโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น มักเป็นโรคเรื้อรัง

เมื่อรักษาแผลหายแล้วยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกถ้าไม่ระวังการรักษาหรือ ปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง

ดังนี้

– กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย

– กินอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ

– กินอาหารจำนวนน้อยๆ แต่บ่อย ไม่ควรกินจนอิ่มในแต่ละมื้อ

– หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของดอง น้ำอัดลม

– งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา

– งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน และยาแก้โรคข้ออักเสบและกล้ามเนื้ออักเสบทุกชนิด

– ผ่อนคลายความเครียดและวิตกกังวลทั้งหลาย

– ควรพักผ่อนให้เพียงพอ

– ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ ปวดท้องรุนแรง

หรือเบื่ออาหารน้ำหนักลดลงมากควรรีบไปหาแพทย์

 

แผ่นแปะเท้า

Posted on มีนาคม 18, 2013, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: