ไวรัสตับอักเสบ บี ( HEPATITIS B VIRUS )

ไวรัสตับอักเสบ บี
นักพันธุศาสตร์ได้ทำการศึกษาโปรตีนในซีรัม โดยได้นำมาปฏิกิริยากับผู้ป่วย hemophiliacs ทำให้พบแอนติเจนชนิดใหม่ เรียก Australia antigen แอนติเจนชนิดนี้ยังพบในผู้ป่วยตับอักเสบเนื่องจากรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือด (serum hepatitis) จึงเรียก hepatitisassociated antigen (HAA); hepatitis antigen (Hag) หรือ SH Ag ด้วย ในเวลาต่อมาพบว่าแอนติเจนนี้เป็นส่วนที่อยู่บน envelope ของไวรัสตับอักเสบ บี
โรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถเจริญได้ในลิงชิมแปนซีและลิงอื่นๆ บาง species มีรายงานการเพาะเลี้ยงโดยใช้ organ culture หรือเซลล์ตับของคนซึงนำมาเพาะเลี้ยงแบบปฐมภูมิ (primary human hepatocytes) แต่ได้ผลไม่ค่อยแน่นอน

คุณสมบัติของไวรัส
ไวรัสตับอักเสบ บี ถูกจัดอยู่ใน family Hepadnaviridae genus Orthohepadnavirus สมาชิกของกลุ่ม hepadnaviruses มีความจำเพาะต่อโฮสต์สูง พบไวรัสที่ก่อโรคตับอักเสบที่มีลักษณะและคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ HBV ใน woodchuck, Beechey ground squirrel เป็ดปักกิ่ง และนกกระยางด้วย ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ HBV เท่านั้น คุณสมบัติมีดังนี้
1. รูปร่างกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 นาโนเมตร เป็นไวรัสที่มี envelope ล้อมรอบ icosahedral nuleocapsid หรือ core ซึ่งมีขนาด 27 นาโนเมตร อนุภาคของไวรัสนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Dane particle ส่วนอนุภาคขนาดเล็กกว่า มีลักษณะทรงกลม หรือเป็นแท่ง เป็น HbsAg อิสระ
2. Envelope มี glycoprotein ที่เรียกว่า HbsAg บนผิว
3. core หรือแคปซิดของไวรัสมี hepatitis B core antigen (HbcAg)ซึ่งเป็น phosphoprotein นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์ polymerase
4. ยีโนมลักษณะเป็นวงกลม สายคู่ขนาด 3.2 kb ปลาย 5/ สายลบมี nick และโปรตีนจับอยู่ที่ปลาย 5/ ส่วนสายบวกไม่สมบูรณ์ มีความยาวประมาณ 50-85% ของยีโนมทั้งหมด ยีโนมจึงมีส่วนที่เห็นเหลื่อมซ้อนกันประมาณ 240 นิวคลีโอไทด์ ส่วนนี้มี direct repeats คือ DR1 และ DR2
5. ค่อนค้างอยู่ได้นานเมื่อเปรียบเทียบกับไวรัสอื่น

การกลายพันธุ์
Hepadnaviruses มีอัตราการกลายพันธุ์สูงกว่าไวรัสที่ยีโนมเป็น DNA ชนิดอื่นๆ ประมาณ 100 เท่า จึงพบ HBV ที่กลายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ บี ชนิดเรื้อรัง ไวรัสที่เกิดการกลายพันธุ์ไปนี้ บางชนิดทำให้เกิดปัญหาในการวินิจฉัย และ อาจทำให้เกิดใช้วัคซีนไม่ได้ผล มีรายงานการศึกษาในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรั้ง ซึ่งสรุปได้ว่าการกลายพันธุ์อาจเกิดปัญหาในการตรวจหา HbsAg ในซีรั่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โมโนโคลนัมแอนติบอดีเป็นตัวตรวจจับ ส่วนการกลายพันธุ์ชนิดที่สูญเสีย group-specific determinant a เป็นผลให้ภูมิตอบสนองจากการได้ passive และ active immunization ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ HBV ที่กลายพันธุ์โดยมี point mutations หรือ deletions บริเวณ pre-S2 อาจทำให้ไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมากกว่า wild type ส่วนการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง pre-C stop condon พบได้ค่อนข้างบ่อยทั้งในผู้ที่ไม่มีอาการและมีอาการร้ายแรง จึงไม่ทราบว่าสัมพันธ์กับเกิดอาการ/ความรุนแรงของโรคหรือไม่ แต่การกลายพันธุ์ที่ C region มักสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคตับอักเสบ การกลายพันธ์ที่เกิดบริเวณส่วนปลายของยีน P จะทำให้ไวรัสไม่สามารถ encapsidate ได้ จึงพบเพียง DNA ของไวรัสในเซลล์ แต่ไม่มีการสร้างอนุภาคไวรัสส่วนการกลายพันธ์ที่ยีน X ก็พบเช่นกัน บางชนิดอาจทำให้ DNA ของ HBV ไม่สามรถเพิ่มจำนวนและแสดงออกได้

การเพิ่มจำนวน
ไวรัสตับอักเสบ บี ใช้  pre-S1 จับกับผิวของเซลล์ตับและเข้าไปในเซลล์โดยขบวนการ endocytosis หลัง envolpe และ แคปซิดถูกแยกออกไปแล้ว ยีโนมของ HBV เริ่มเข้าสู่ขบวนการเพิ่มจำนวนในนิวเคลียสของเซลล์ โดยมี transcription ได้ pregenomic RNA และ mRNAตามด้วยโปรตีนต่างๆ ของไวรัสขึ้นมาก่อน ต่อมา pregenomic RNA และ DNA polymerase ของไวรัสจะประกอบเป็น immaturecore ในไซโตพลาสซึมของเซลล์ การเพิ่มจำนวนยีโนมต้องผ่านขั้นตอน reverse transcription จาก pregenomic RNA ได้ DNA สายลบก่อนที่จะมีการสร้าง DNA สายบวกของไวรัส และ encapsidation จะเสร็จสิ้นในขณะที่การสร้าง DNA สายบวกยังไม่เสร็จสมบูรณ์ core หรือ nucleocapsid ส่วนหนึ่งกลับเข้าสู่นิวเคลียสเพื่อให้มียีโนมสำหรับกระบวนการ transcription มากขึ้น ส่วนที่เหลือออกจากเซลล์โดย bud เข้า cisternae ของ endoplasmic reticulum พร้อมกับได้โปรตีนส่วนที่อยู่บน envelope ซึ่งต่อมาถูก glycosylated ที่ golgi complex ขบวนการ budding เพื่อออกจากเซลล์เป็นอนุภาค HBV ที่สมบูรณ์นี้ต้องอาศัย L protein ซึ่งเป็นโปรตีนของ envelope เพียงชนิดเดียวที่ถูก myristylated พบ L protein น้อยมากในอนุภาค HbsAg ที่ไม่มี  core ของไวรัส

ผู้ที่ได้รับเชื่อไวรัสตับอักเสบ บี จะมีการดำเนินโรค เป็น 3 ลักษณะคือ
1.ไม่มีอาการผิดปกติ ร่างกายสามรถทำลายเชื้อไวรัสให้หมดไปได้
2.เป็นพาหะที่มีสุขภาพดี (healthy carrier) ซึ่งจะตรวจพบ HbsAg ในเลือดได้เสมอโดยไม่มีอาการของโรคตับอักเสบ
3.เกิดโรคตับอักเสบบีชนิดเพียบพลัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายขาดจากโรค แต่มีร้อยละ 1-5 ซึ่งเกิด fulminant hepatitis และถึงแก่กรรม และประมาณร้อยละ 10 จะกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง และต่อมาบางรายจะกลายเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับ

Diseases and Pathogens Transmitted Through Percutaneous injuries
Blastomycosis                              Leptospirosis
Brucellosis                                    Malaria
Cryptococcosis                             Mycobacterium marinum
Dengue                                         Mycoplasma caviae
Diphtheria                                     Necrotizing fasciitis
Ebola fever                                   Scrub Typhus
Gonorrhoea (cutaneous)              Staphylococcus aureus
Hepatitis B                                    Streptococcus pyrogenes
Hapatitis C                                    Syphillis
Herpes Simplex                            Toxoplasmosis
Herpes Zoster                               Treponema pallidum
HIV

การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ
อาการตับอักเสบเฉียบพลันที่มีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ บี มีลักษณะเช่นเดียวที่พบในไวรัสตับอักเสบ เอ ซี และอี ระดับเอนไซม์ transaminase ในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ 5-1000 เท่า ระดับ ALT และ AST เปลี่ยนแปลงพร้อมกันโดยเริ่มสูงขึ้นในช่วงท้ายของระยะฟักตัวและสู่ระดับสูงเมื่อมีอาการเหลือง ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนระดับเอนไซม์จะกลับคืนสู่ปกติใน 2 เดือน
การวินิจฉัย HBV อาศัยการตรวจ markers ต่างๆ ในซีรั่ม วิธีที่มีความไวในการตรวจสอบและนิยมใช้กัน ได้แก่ RIA และ EIA ใช้ตรวจหา HBsAg, HBeAg, anti-HBs, anti-HBe, และ
anti-HBc  รูปแบบของ serological markers ต่างๆที่พบได้หลังการติดเชื้อ HBV ส่วน DNA ของ HBV ตรวจโดยเทคนิค PCR แล้วนำ amplified product มาทำ hybridization กับตรวจสอบ (probe) นอกจากนี้ยังสามารถตรวจ DNA polymerase ของไวรัสเพื่อเป็นการบ่งชี้ว่าไวรัสกำลังเพิ่มจำนวนอยู่
ในกรณีติดเชื้อเรื้อรังและสามารถแพร่เชื้อได้สูง จะตรวจพบ HBV DNA, HBsAg และ HBbeAgในซีรั่มไม่พบ anti-Hbe แต่ถ้ามี seroconversion มักจะพบการทำลายเซลล์ตับควบคู่ไปกับการปรากฎของ anti-HBe และ HBeAg หายไปดังที่กล่าว ระยะนี้ความสามารถในการแพร่เชื้อของผู้ป่วยในระดับต่ำ

FootPatch แผ่นแปะเท้า

Posted on มีนาคม 19, 2013, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: