Neuromuscular blocking agents

กลุ่มยา Neuromuscular blocking agents 

ข้อบ่งใช้ ใช้หย่อนกล้ามเนื้อ ในการระงับความรู้สึกแบบทั่วไป (general anesthesia)
ข้อจำกัดในการใช้ ต้องช่วยหายใจผู้ป่วยทุกครั้งที่ใช้ยานี้
ชื่อสามัญ

Succinyl choline

Atracurium

Cisatracurium

รูปแบบยา

50 mg/ml ; 10 ml/vial

10 mg/ml ; 2.5 ml/amp

2 mg/ml ; 5 ml/amp

ภาพจริง
กลุ่มยา

Depolarizing

Non – depolarizing

Non – depolarizing

Initial dose (mg/kg)

1-1.5

0.5-0.6

0.15

Maintenance dose (mg/kg)

0.125-0.15

Infusion 2-15 mcg/kg/min

0.03

Intubation time (sec)

45-60

90-150

40-75

Onset time

IV 30-60 วินาที

IM 2-3 นาที

2-3 นาที

2-3 นาที

Time to peak (min)

1

3-5

3-5

Duration (min)

IV 5-10, IM 10-30

20-35

25-30

Diluent

NSS, D5W

NSS, D5W ห้ามใช้ LS

NSS, D5W

 

 

Route/ความเข้มข้น

IV bolus

IV bolus

IV bolus

ไม่เจือจางหรือเจือจางให้ได้ conc. 25-50 mg/ml

10 mg/ml

Rate: over 1 นาที

1 mg/ml

Rate: 30 วินาที

Continuous infusion

Continuous infusion

Continuous infusion

conc. 1-2 mg/ml

rate: 0.5-10 mg/min

conc. 500 mcg/ml

rate: 300-600 mcg/kg/min

conc. 2 mg/ml

rate: 60-120 mcg/kg/hr

การขับถ่าย/

การเปลี่ยนแปลงยาในร่างกาย

– Plasma cholinesterase hydrolysis – Hoffman degradation

– Ester Hydrolysis

 

 

 

– Hoffman elimination
ชื่อสามัญ

Succinyl choline

Atracurium

Cisatracurium

Side effect – cardiac arrhythmia

– bradycardia

– h serum K+

– h ICP , h IOP

– h Intragastric pressure

– h Myalgia

– Myoglobinemia ,

Myoglobinuria

– Myotonic response

– Malignant hyperthermia

– Phase II blocker

– ผลจาก histamine release

  • hypotension
  • bronchospasm

การเก็บรักษา

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

อายุยาที่เปิดใช้แล้ว

3 วัน ที่อุณหภูมิห้อง

1 วัน

1 วัน

ยาที่ไม่เข้ากัน – Sodium bicarbonate

– Thiopental

– Pentobarbital

– Propofol

– Thiopental

– Heparin

– Aminophyllin

– Sodium nitroprusside

– Ranitidine

– Propofol
ข้อควรระวัง – ฤทธิ์ยาลดลงเมื่อใช้ร่วมกับ dilantin

– ฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นเมื่อให้ร่วมกับ gentamicin , amikacin , HCTZ , lithium , xylocard

– ไม่ควรสำรองยาไว้ที่หอผู้ป่วยอื่นๆ ยกเว้น กลุ่มงานวิสัญญีวิทยา หรือหอผู้ป่วยหนัก

การติดตามผลการใช้ – ทำทันทีที่เริ่มให้ยาและทุก 1-2 นาทีจนครบ 15 นาทีแรก หาก vital signs คงที่ให้ติดตามทุก 15 นาที จนสิ้นสุดหัตถการ
การรายงานแพทย์ – HR > 120     หรือ   < 60 ครั้ง/นาที

– BP > 150/90  หรือ  < 90/60 mmHg

 

ข้อบ่งใช้ ใช้หย่อนกล้ามเนื้อ ในการระงับความรู้สึกแบบทั่วไป (general anesthesia)
ข้อจำกัดในการใช้ ต้องช่วยหายใจผู้ป่วยทุกครั้งที่ใช้ยานี้
ชื่อสามัญ

Rocuronium

Vecuronium

Pancuronium

รูปแบบยา

10 mg/ml ; 5 ml/vial

4 mg/amp

2 mg/ml ; 2 ml/amp

ภาพจริง
กลุ่มยา

Non – depolarizing

Non – depolarizing

Non – depolarizing

Initial dose (mg/kg)

0.6-1.2

0.08-0.1

0.08-0.1

Maintenance dose (mg/kg)

0.15

0.02-0.025

0.02-0.025

Intubation time (sec)

60-90

90-150

90-150

Onset time

45-90 วินาที

2-3 นาที

1-3 นาที

Time to peak (min)

1-3

3-5

3-5

Duration (min)

30

20-25

40-60

Diluent

NSS,SWI,D5W,LRS

NSS,SWI,D5W

 

 

Route/ความเข้มข้น

IV bolus

IV bolus

IV bolus

conc. 10 mg/ml

conc. 1-2 mg/ml

rate: นานกว่า 1 นาที

conc. 1-2 mg/ml

rate: นานกว่า 1 นาที

Continuous infusion

Continuous infusion

Continuous infusion

 

rate:0.01-0.012 mg/kg/min

conc. 1 mg/ml

rate: 50-100 mcg/kg/hr

conc. 160 mcg/ml

rate: 10-100 mcg/kg/hr

การขับถ่าย/

การเปลี่ยนแปลงยาในร่างกาย

– ทางน้ำดีเป็นหลัก

– ทางปัสสาวะเป็นรอง

– ทางน้ำดีเป็นหลัก

– ทางปัสสาวะเป็นรอง

– ทางปัสสาวะเป็นหลัก

– ทางน้ำดีเป็นรอง

Side effect

การเก็บรักษา

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

ในตู้เย็น ป้องกันแสง

อายุยาที่เปิดใช้แล้ว

1 วัน

1 วัน

1 วัน

ยาที่ไม่เข้ากัน – Diazepam

– Midazolam

– Thiopental

– Diazepam, Midazolam

– Furosemide

– Thiopental

– Diazepam, Midazolam

– Thiopental

ชื่อสามัญ

Rocuronium

Vecuronium

Pancuronium

ข้อควรระวัง – ฤทธิ์ยาลดลงเมื่อใช้ร่วมกับ dilantin

– ฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นเมื่อให้ร่วมกับ gentamicin , amikacin , HCTZ , lithium , xylocard

– ไม่ควรสำรองยาไว้ที่หอผู้ป่วยอื่นๆ ยกเว้น กลุ่มงานวิสัญญีวิทยา หรือหอผู้ป่วยหนัก

การติดตามผลการใช้ –       ทำทันทีที่เริ่มให้ยาและทุก 1-2 นาทีจนครบ 15 นาทีแรก หาก vital signs คงที่ให้ติดตามทุก 15 นาที จนสิ้นสุดหัตถการ
การรายงานแพทย์ – HR > 120     หรือ   < 60 ครั้ง/นาที

– BP > 150/90  หรือ  < 90/60 mmHg

โรคกรรมพันธุ์ประหลาดแพ้ยาสลบ Malignant Hyperthermia

บทนำ

         ภาวะ Malignant Hyperthermia (MH) เป็นกลุ่มอาการเมตาบอลิสซึ่มสูง (hypermetabolism) อย่างมากในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติ
ทางพันธุกรรม แบบ autosomal dominant ทำให้กล้ามเนื้อลายของผู้ป่วยตอบสนองต่อยาที่ให้ในระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึกบางชนิด
ทำให้มีอุณหภูมิร่างกายสูงและเกิดภาวะเลือดเป็นกรดอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ การที่โรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม จึงมักพบ
ผู้ป่วยเป็นกลุ่มในบริเวณเดียวกัน (geographic spread) ซึ่งภาวะ Malignant Hyperthermia (MH) นี้เดิมเชื่อว่าไม่พบในคนไทย เพลินจิตต์
และคณะได้รายงานผู้ป่วยและเตือนให้บุคลากรวิสัญญีในประเทศไทยนึกถึงภาวะนี้ เนื่องจากมีผู้ป่วยตั้งแต่ พ.ศ. 2522 และมีรายงานผู้ป่วย
ต่อมาอีกหลายราย จนถึงปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าภาวะนี้เป็นกลุ่มอาการภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยาระงับความรู้สึกที่ต้องนึกถึงด้วย
ในประเทศไทย
วิสัญญีแพทย์หรือผู้ให้ยาสลบเป็นบุคคลแรกที่จะต้องให้การวินิจฉัยและการรักษาเบื้องต้นโดยศัลยแพทย์เป็นผู้รับรู้และร่วม
รับผิดชอบด้วย พยาธิแพทย์หรือแพทย์สาขาเวชศาสตร์ชันสูตรช่วยในการยืนยันการวินิจฉัย นอกจากนี้อายุรแพทย์ กุมารแพทย์หรือแพทย์
สาขาเวชบำบัดวิกฤตก็อาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในการรักษาในระยะวิกฤต ดังนั้นแพทย์สาขาต่าง ๆ และบุคลากรวิสัญญีจึงควรรู้จัก
กลุ่มอาการนี้ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและให้การดูแลรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงทีเมื่อพบผู้ป่วยประเภทนี้ในประเทศไทย

 

ประวัติ

         MH ถูกรายงานครั้งแรกโดย Denborough และ Lovell ในวารสาร Lancet ในปี คศ. 1960 (พ.ศ. 2503) ซึ่งต่อมา Denborough
และคณะได้นำเสนอรายละเอียดในปี ค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2505) โดยเน้นให้เห็นว่า MH น่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ในรายงาน
ครั้งนั้น Denborough และคณะได้กล่าวถึงประสบการณ์การให้ยาระงับความรู้สึกแก่ชายชาวออสเตรเลีย อายุ 21 ปี ซึ่งมารับการให้
ยาระงับความรู้สึกแบบทั้งตัวเพื่อผ่าตัดกระดูก tibia และ fibula ที่หัก ที่สำคัญคือผู้ป่วยเกรงกลัวการให้ยาระงับความรู้สึกมากกว่า
การผ่าตัดเนื่องจากผู้ป่วยมีประวัติญาติพี่น้องเสียชีวิตถึง 10 รายในช่วง ระหว่างปี ค.ศ. 1992-1960 เนื่องจากการได้รับยา ether
(ยาสลบตัวหนึ่งในอดีต) แล้วเกิดอาการไข้สูงอย่างรวดเร็วจนถึงแก่ชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุ การให้ยาระงับความรู้สึกในผู้ป่วยรายนั้น
ได้เปลี่ยนมาใช้ fluothane(ยาสลบอีกตัวหนึ่ง) แทน ether ปรากฏว่าผู้ป่วยเกิดอาการต่าง ๆ เช่นเดียวกับญาติที่ได้รับ ether อย่างไรก็ตาม
ผู้รายงานได้ระวังสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาและแก้ไขผู้ป่วยจนรอดชีวิตมาได้ จากรายงานของ Denborough
ทำให้เกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับอันตรายจากการให้ยาระงับความรู้สึก ที่ทำให้มีไข้สูงจนถึงแก่ชีวิตและมีการศึกษาเพื่อหาสาเหตุการตาย
จากไข้สูงขณะผ่าตัดและระยะ perioperative รวมทั้งการศึกษาผู้ป่วย ที่เกิดอาการเหล่านี้ที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มแพทย์ในประเทศแคนาดา
ซึ่งมี Brit และ Kalow ได้สนใจ ทำการศึกษาเกี่ยวกับ MH ซึ่งพบในประเทศแคนาดาหลายราย ประกอบกับในขณะนั้น Locher ซึ่งอยู่ที่
มลรัฐ Wisconsin สหรัฐอเมริกาได้พบผู้ป่วยครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการให้ยาระงับความรู้สึก ถึง 30 ราย ในช่วงปี
ค.ศ.1955-1958 (พ.ศ. 2498-2501) ทำให้ Locher ประสานงานกับ Brit และคณะร่วมกัน ทำการศึกษาเรื่อง MH จากประชาชนในเมือง
Wauson และ Marathon มลรัฐ Wisconsin สหรัฐอเมริกา ด้วยการศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวางของแพทย์กลุ่มอื่นอีกหลายท่าน
ประจวบกับในปี ค.ศ. 1966 มีผู้ค้นพบว่า MH ที่เกิดในคนมีลักษณะเหมือน MH ที่เกิดในหมู (porcine) ทำให้สามารถศึกษาเกี่ยวกับ
พยาธิกำเนิด (pathogenesis) และพยาธิสรีรวิทยา (pathophysiology) ของการเกิดกลุ่มอาการเหล่านี้และรวมเรียกชื่อกลุ่มอาการเหล่านี้ว่า
Malignant Hyperthermia (MH)


คำจำกัดความ

         Malignant Hyperthermia (MH) เป็นกลุ่มอาการอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตที่เกิดในกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติในการตอบสนอง
ต่อยาระงับความรู้สึกแบบไอระเหย (volatile anestheties) หรือยาหย่อนกล้ามเนื้อแบบ depolarizing muscle relaxant ได้แก่
succinyl choline ทำให้เมตาโบลิสซึ่มของกล้ามเนื้อลายสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว (hypermetabolism) เกิดอาการไข้สูงภาวะเลือด
เป็นกรดอย่างรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ในระยะเวลาอันสั้น


อุบัติการณ์ของ MH

         ภาวะ MH พบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ซึ่งอาจอธิบายได้โดยการให้ยาระงับความรู้สึกผู้ป่วยเด็กมักนิยมนำสลบด้วยยาระงับความรู้สึก
แบบไอระเหย (volatile anesthetics) และหย่อนกล้ามเนื้อด้วยการใช้ succinyl choline อุบัติการณ์ของภาวะ MH ที่พบในเด็กประมาณ
1:15,000 และในผู้ใหญ่ประมาณ 1:50,000 ถึง 1:150,000 ในประเทศญี่ปุ่นพบอุบัติการณ์ภาวะ MH ในอัตรา 1:7,000-1:11,000
ประเทศเดนมาร์กพบอุบัติการณ์ประมาณ 1:62,000

ภาวะ MH ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทยเดิมไม่เคยมีข่าวผู้ป่วยอาการคล้าย MH แต่ก่อนจึงเชื่อว่าคนไทยอาจไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคนี้ได้
(non-susceptible) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2522 มีรายงานครั้งแรกที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ครั้งต่อมาในปี พ.ศ. 2533 และสรุปรวบรวมผู้ป่วย
ในปี พ.ศ. 2535 โดยเพลินจิตต์และคณะ จากนั้นยังมีรายงานผู้ป่วยต่อเนื่องมาอีกหลายราย จากโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาล
พระมงกุฎเกล้าฯ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช
โรงพยาบาลระยอง และโรงพยาบาลขอนแก่น และในปี พ.ศ. 2546 ราชวิทยาลัยแพทย์แห่งประเทศไทยได้ริเริ่มโครงดารวิจัยสหสถาบัน
เรื่อง การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางวิสัญญีในประเทศไทย (THAI Study) ณ โรงพยาบาล 20 แห่งในทุกภาคของประเทศพบ
ผู้ป่วย MH ในอัตราประมาณ 1:150,000 ราย


อัตราการเสียชีวิต

         อัตราการเสียชีวิตจาก MH ขึ้นอยู่กับความเร็วของการวินิจฉัยและการให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงทีและความ
เข้าใจพยาธิสรีรวิทยาของโรค ในต่างประเทศอัตราการเสียชีวิตก่อนค.ศ. 1960 สูงถึงร้อยละ 100 เมื่อมีการตื่นตัวเรียนรู้และระมัดระวัง
อัตราการเสียชีวิตของ MH ในช่วงระหว่างค.ศ. 1960-1970 ลดลงเหลือร้อยละ 60-80 เมื่อมีการรักษาตามอาการของ MH อย่างใกล้ชิด
อัตราการตายลดลงอย่างมากเหลือเพียงร้อยละ 28 และเมื่อมีการนำยา dantrolene มาใช้รักษาในปี ค.ศ. 1979 ประกอบกับแพทย์
มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้เพิ่มขึ้นและมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตจึงลดลงเหลือร้อยละ 2-3 (ในประเทศที่
พัฒนา แล้วและมียาดังกล่าวอย่างเพียงพอ)
จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 40 ปี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกยังไม่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจาก MH จนหมดสิ้น
ไปได้ แม้อัตราตายจะลดลงอย่างมากเมื่อมียา dantrolene ใช้แล้วก็ตาม


การรักษา MH

         การรักษา MH จะเกิดขึ้นต่อเมื่อวินิจฉัยได้ สิ่งสำคัญคือจะต้องรำลึกถึงโรคนี้เนื่องจากสารกระตุ้นให้เกิด MH เป็นยาที่ใช้ใน
กระบวนการ ให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไปในขณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ป่วยรายใดจะมีแนวโน้มเป็น MH เพราะผู้ป่วยโรคนี้จะมีชีวิต
ธรรมดาไม่แสดง ความผิดปกติใด ๆ ทั้งการตรวจร่างกายและผลทางห้องปฏิบัติการ เมื่อเกิดความสงสัยและให้การวินิจฉัยขั้นต้นว่าเป็น MH
แล้วจะนำมาสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วย การรักษา MH แบ่งเป็น

  • การรักษาแบบประคับประคอง (supportive treatment) ซึ่งได้แก่
  1. หยุดการให้สารกระตุ้น MH ทันทีถ้าอาการเด่นชัดมากควรงดผ่าตัดถ้าทำได้ หากกำลังผ่าตัดอยู่ให้เร่งทำการผ่าตัดให้เสร็จโดยเร็วที่สุดหรือทำผ่าตัดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  2. ให้ออกซิเจน 100%
  3. ร้องขอความช่วยเหลือ
  4. ช่วยทำการหายใจประมาณ 2-3 เท่าของ minute ventilation
  5. เปลี่ยนการให้ยาระงับความรู้สึกเป็นวิธีที่ใช้ยาพวก MH non-triggering agents ได้แก่ ยากลุ่ม opioids ยากล่อมประสาท
    และยากลุ่ม non-depolarzing muscle relaxant การปเลี่ยนโซดาไลม์และวงจรการให้ยาระงับความรู้สึก
    (anesthetic circuit) ด้วยเพราะอาจมียาระงับความรู้สึกชนิดไอระเหยหลงเหลืออยู่
  6. รักษาภาวะเลือดเป็นกรดด้วย bicarbonate
  7. ถ้าเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะห้ามให้ยากลุ่ม calcium channel blockers ปกติแล้วภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมักดีขึ้นเมื่อรักษาภาวะเลือดเป็นกรดและภาวะระดับ K สูงแล้วในกรณีที่เกิด ventricular
    arrhythmia รักษาโดยการใช้ lidocaine ฉีดเขาเส้นเลือดดำ
  8. รักษาภาวะ hyperkalemia ด้วย glucose insulin hyperventilation และอาจให้ calcium ได้
  9.  ลดอุณหภูมิร่างกายของผู้ป่วยด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ ผ้าห่มน้ำหรือผ้าห่มลมสำหรับลดอุณหภูมิการล้างช่องท้องด้วยน้ำเย็น
    หรือน้ำปนน้ำแข็ง การลดอุณหภูมิร่างกายลงไม่ต่ำกว่า 38 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้เกิดการ overcooling

10. รักษาภาวะ rhabdomyolysis โดยการให้สารน้ำให้เพียงพอร่วมกับยาขับปัสสาวะ (diuretics) ถ้าจำเป็น

11. การส่งเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการให้เจาะทันทีและซ้ำเป็นระยะ โดยส่งตรวจวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง electrolytes
ภาวการณ์แข็งตัวของเลือด อาจตรวจระดับ myoglobin ในเลือดหรือ myoglobin  ในปัสสาวะ สำหรับค่า CPK ระยะแรก
ส่งตรวจทุก 12-24 ชั่วโมงเนื่องจากระดับ CPK จะขึ้นสูงสุดใน 14 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ

  • การให้ยาเฉพาะ (specific drug) ได้แก่ ยา dantrolene


ปัญหาของโรค Malignant hyperthermiaในประเทศไทย

         1.ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ป่วยรายใดจะมีแนวโน้มเป็น MH เพราะผู้ป่วยโรคนี้จะมีชีวิตธรรมดาไม่แสดงความผิดปกติใด ๆ ทั้งการ
ตรวจร่างกายและผลทางห้องปฏิบัติการ ผู้ป่วยมักจะมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์  หลังการได้ยาระงับความรู้สึกแล้วจึงมีอาการ และอาการ
แสดงที่รุนแรงจึงสามารถให้การวินิจฉัยได้
2.การรักษานอกจากวิธีการรักษาแบบประคับประคองแล้วจำเป็นต้องมียาเฉพาะ(specific drug) ได้แก่ ยา dantrolene ซึ่งมีเฉพาะ
ในโรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้นและมีไม่กี่แห่งในประเทศไทย
3.พยาธิสภาพโรคที่รุนแรงและรวดเร็วแม้จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วแต่ถ้าขาดยาเฉพาะ(specific drug) ดังกล่าวคือ ยา
dantrolene ย่อมทำให้มีอัตราการตายสูง

บทสรุป

         Malignant hyperthermia เป็นอันตรายแทรกซ้อนจากการให้ยาระงับความรู้สึกที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่
เกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้ยาที่ใช้ระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึก การตระหนักว่ากลุ่มอาการ MH นี้มีในประเทศไทยและต้องนึกถึง
ภาวะนี้เพื่อจะได้ระมัดระวัง วินิจฉัยและให้การรักษาให้ทันท่วงที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการตายลดลง ในประเทศไทยนอกจาก
บุคลากรวิสัญญี ซึ่งได้แก่ วิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาลแล้วแพทย์สาขาอื่นก็มีความสำคัญในการช่วยวินิจฉัยและรักษากลุ่มอาการ MH นี้
เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวิสัญญีแพทย์ในประเทศไทย นอกจากนี้การจัดหา dantrolene เพื่อใช้รักษากลุ่มอาการ MH ให้มีพร้อมใช้
ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากยา dantrolene ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย ต้องมีการจัดซื้อและนำเข้ามาและมีอายุการใช้งานสั้นเพียง 2 ปี
ก็หมดอายุ คณะแพทยศาสตร์ต่าง ๆ และราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยได้ช่วยจัดหาและให้การอนุเคราะห์ยาแก่สถาน
พยาบาลที่ต้องการ แต่ยังไม่เพียงพอ สมควรมีมาตรการรองรับขั้นต่อไป เพื่อช่วยให้ทุกโรงพยาบาลที่มีการให้ยาระงับความรู้สึกสามารถ
จัดยา dantrolene ได้ทันท่วงที นอกจากนี้งานด้านวิชาการ ได้แก่ การนำเสนอรายงานผู้ป่วยและการพัฒนาความสามารถของ
ห้องปฏิบัติการ เพื่อวินิจฉัยและหาประชากรกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนการจัดศูนย์บริการเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภาวะ MH
เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่ได้ยาระงับความรู้สึกทั้งปวง

Foot patch

Posted on กุมภาพันธ์ 24, 2014, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: