Pass away

การฌาปนกิจศพ
การฌาปนกิจศพ ได้แก่ การปลงศพ หรือเผาศพ เจ้าภาพจะต้องก าหนดวันที่จะท าการ ฌาปนกิจศพที่แน่นอน แล้วไปท าความตกลงกับเจ้าหน้าที่ของวัดที่จะท าการฌาปนกิจศพนั้นก่อน ทั้งนี้เพื่อเลือกวัน เวลา ที่ต้องการเป็นการจองไว้ก่อน การฌาปนกิจศพผู้ที่มีสิทธิได้รับพระราชทาน เพลิง หากเจ้าภาพผู้จัดการศพมีความประสงค์จะขอพระราชทานเพลิง ต้องท าหนังสือไปยัง กองพระราชพิธี ส านักพระราชวัง ก่อนที่จะท าการฌาปนกิจ 7อย่างน้อยวัน
ก่อนที่จะท าการฌาปนกิจงนต้อาศพมาตั้งสวดพระอภิธรรมอีกวาระหนึ่ง รุ่งขึ้นจึงจะ ท าการฌาปนกิจ แต่บางรายก็ไม่ได้ตั้งสวดพระอภิธรรมอีก เพียงแต่ยกศพขึ้นตั้งในตอนเช้า เลี้ยง พระเพล มีพระธรรมเทศนาในตอนบ่าย แล้วท าการฌาปนกิจศพในตอนเย็น การกระท าเช่นนี้เรียกว่า ตั้งเช้า เผาเย็น แต่ถ้าศพนั้นเป็นบุพการี สามี ภรรยา ก็ควรตั้งศพสวดพระอภิธรรมอีกคืนหนึ่งก่อน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์และเป็นการบ าเพ็ญกุศลเพิ่มเติมให้อีก
การเตรียมงานเบื้องต้น
ถ้าเป็นงานพระราชทานเพลิงศพท่านผู้ใหญ่แห่งตระกูล นิยมมีเครื่องสังเค็ด เช่น ตู้ยา โต๊ะ เตียง ธรรมาสน์เทศน์ มาสน์ปาติโมกข์ธรรเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างถวายเป็น ของสงฆ์
นิยมจัดพิมพ์หนังสือมีสารประโยชน์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา หรือวิชาการเป็นอนุสรณ์ อย่างน้อย1 เล่ม
จัดท าของถวายพระสงฆ์ เช่น พัดรอง ย่าม หมอน เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย อย่างเพื่อเป็นอนุสรณ์
การตั้งศพบ าเพ็ญกุศล

จัดพิมพ์บัตรแจกแก่วงศ์ญาติสนิทมิตสหายและท่านที่มีความเคารพนับถือ

หรือประกาศทางสื่อมวลชนด้วยเพื่อทราบโดยทั่วกัน

จะจัดงานสองวันหรือวันเดียวก็ได้
ก. จัดงาน 2 วัน
ถ้าจัดท าติดต่อกับงานบ าเพ็ญกุศลสัตตมวารก็เริ่มจัดงานเวลาเย็นของวันที่ครบ100 วัน

16

ตัวอย่างบัตรก าหนดงานมีดังนี้

ก าหนดงานพระราชทานเพลิงศพ(หรือฌาปนกิจศพ)

…………………………………………………….

( ใส่นามของผู้ตาย)

ณ เมรุ……………………………………………………………

………………………………………..

ต าบล…………………………………….

อ าเภอ………………………………..

จังหวัด……………………………..

วันที่…….
เดือน………………..
พ.ศ. …………..
ตรงกับวัน…………..
ค่ เดือนา………
ปี……….
เวลา …….
น.

(ด้านในบัตร)

รายการบ าเพ็ญกุศล

วันที่……….
เดือน………………………
พ.ศ. ……………
ตรงกับวัน…………….

ค่ า เดือน………….
ปี……….

เวลา 16.00 น.
เชิญศพขึ้นประดิษฐานบ าเพ็ญกุศลณ ศาลาการเปรียญ

เวลา 17.00 น.
พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา

พระสงฆ์4 รูป สวดรับเทศน์

เวลา 18.00 น.
พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์10 รูป สวดพระพุทธมนต์

เวลา 19.00 น.
พระสงฆ์4 รูป สวดพระอภิธรรม

รุ่งขึ้นวันที่……….เดือน……………………
พ.ศ.
…………ตรงกับวัน………….
ค่ า เดือน………….
ปี………….

เวลา 10.00 น.
มีพระธรรมเทศนาอานิสงส์หน้าศพ1 กัณฑ์

เวลา 10.30 น.
พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์10 รูป สวดถวาย

เวลา 11.00 น.
ถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์สามเณร จ านวน….. รูป

เวลา 13.00 น.
พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา

เวลา 14.00 น.
พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์10 รูป สวดคาถา

ศราทธพรต (นิยมเฉพาะงานพระราชทานเพลิงศพ)

เวลา 15.00 น.
พระสงฆ์ จ านวน………………
รูป สวดมาติกาและบังสุกุล

เวลา 18.00 น.
เก็บอัฐิ

จึงขอประทานกราบเรียน และเรียนเชิญมาด้วยความเค รพนับถืออย่างสูง
………………………………………….. เจ้าภาพ

17
ข. จัดงานวันเดียว

จัดแยกเป็นเอกเทศหนึ่ง ไม่เกี่ยวเนื่องกับงานบ าเพ็ญกุศล100 วัน

ตัวอย่างบัตรก าหนดงานมีดังนี้

ก าหนดงานฌาปนกิจศพ

………………………………..
….. (ใส่นามผู้ตาย)

ณ เมรุ………………………………………………………………………………………………………

ต าบล…………………………………

อ าเภอ……………………………….

จังหวัด………………………………….

วันที่………….
เดือน……………………
พ.ศ. …………….
ตรงกับวัน………….
ค่ า เดือน…………….
ปี……….
เวลา…………………
น.

(ด้านในบัตร)

รายการบ าเพ็ญกุศล

วันที่………..
เดือน…………………..
พ.ศ. ……………
ตรงกับวัน…………..
ค่ า เดือน……………….
ปี………..
เวลา 10.00 น.
เชิญศพขึ้นประดิษฐานบ าเพ็ญกุศล ณ ศาลาการเปรียญ
เวลา 10.30 น.
พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

เวลา 11.00 น.
ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด

เวลา 13.00 น.
มีพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

เวลา 14.00 น.
พระสงฆ์จ านวน….รูป สวดมาติกาและบังสุกุล

เวลา 16.00 น.
ประชุมเพลิง

เวลา 18.00 น.
เก็บอัฐิ

จึงขอประทานกราบเรียน และเรียนเชิญมาด้วยความเคารพอย่างสูง

………………………………………….

เจ้าภาพ

บัตรนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นอาจลดหรือเพิ่มได้ตามก าลังศรัทธาและความสามาร

บางท้องถิ่นก็ปฏิบัติแตกต่างกันออกไป พึงพิจารณาจัดงานให้ด าเนินไปตามความ
เหมาะสมแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น

18
การบวชหน้าไฟ
บางรายได้ให้บุตรหลานของผู้ตายบวชเป็นสามเณรในวันที่เผาศพ เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้ตาย เรียกว่า บวชหน้าไฟ
การที่จะจัดให้บุตรหลานบวชหน้าไฟ จะต้องตกลงใจล่วงหน้าไว้ก่อน เพราะจะต้องเตรียม เครื่องบวช และผู้ที่จะบวชนั้นควรให้มีอายุพอสมควร มีความอดทนและรู้จักสิ่งที่ควรและไม่ควร หากเอา เด็กที่มีอายุน้อย ๆ ไปบวชอาจกระท าสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เมื่อได้ผู้ที่จะบวชเรียบร้อยแล้ว ก็ต้อ นิมนต์เจ้าอาวาสให้จัดการบวชบุตรหลานของผู้ตายตามที่ตนประสงค์
การมีพระธรรมเทศนา
การมีพระธรรมเทศนา ได้แก่ การนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงธรรมในวันที่จะบรรจุศพหรือ วันที่จะกระท าการฌาปนกิจ ซึ่งตามปกติจะจัดขึ้นในตอนบ่าย โดยในตอนเช้าเจ้าภาพจะต้อง จัดเตรียมอาหารมาเลี้ยงพระมื้อเพล เสร็จจากการเลี้ยงพระเพลแล้ว ตอนบ่ายก็มีการแสดงพระธรรม เทศนา
เคลื่อนศพไปสู่เมรุ
การเคลื่อนศพต้องนิมนต์พระสงฆ์1 รูป เป็นผู้น าศพเวียนรอบเมรุ3 รอบ การเวียนต้อง เวียนจากขวาไปซ้าย เจ้าภาพและญาติของผู้ตายต้องเดินเข้าขบวนตามศพเวียนรอบเมรุด้วย ถ้าศพ นั้นมีรูปถ่ายของผู้ตาย ซึ่งน าไปตั้งไว้ในที่บ าเพ็ญกุศล ก็ต้องมีผู้ถือรูปถ่ายน าหน้าศพไปใ มีพระสงฆ์เป็นผู้น า มีคนถือเครื่องทองน้อยหรือกระถางธูปน าหน้าศพ เมื่อได้น าศพเวียนรอบเมรุครบ 3 รอบแล้ว ก็น าศพขึ้นตั้งบนเมรุ
พิธีแห่ศพเวียนเมรุ
การเตรียมการ

นิมนต์พระสงฆ์อย่างน้อย1 รูป

คนถือกระถางธูปหรือเครื่องทองน้อย

คนถือรูปภาพผู้ตาย

รถบรรทุกศพหรือคนหามศพ
ล าดับการแห่ศพ(ถือหลัก พระ-กระถางธูป-รูปภาพ-ศพ)

พระสงฆ์เดินน าหน้า(ไม่ต้องถือสายสิญจน์หรือจูงศพก็ได้)

ถัดมาคนถือกระถางธูป(จุดธูป1 ดอก) หรือเครื่องทองน้อย

ถัดมาคนถือรูปภาพผู้ตาย

19

ถัดมาเป็นรถบรรทุกศพหรือคนหามศพ

ต่อจากนั้น เป็นญาติมิตรของผู้ตายเดินเกาะหีบศพ หรือเดินตามศพ

เดินเวียนซ้ายเมรุ(เมรุอยู่ทางซ้ายของผู้เดิน) เริ่มจากบันไดหน้าเวียนจนครบมรุ 3 รอบ

ยกหีบศพขึ้นบันไดหน้าเมรุ ตั้งบนเชิงตะกอน

เคารพ ลงจากเมรุ
การอ่านค าสดุดี
ล าดับการปฏิบัติ(ผู้อ่าน))

เดินออกไป ค านับประธานในพิธี

เดินขึ้นเมรุ ค านับศพแล้วยืนที่ไมโครโฟน

ค านับประธานฯ แล้วอ่านหมายรับสั่ง(ถ้ามี)

อ่านประวัติย่อและค าสดุดี

อ่านส านึกในพระมหากรุณาธิคุณ

(ตัวอย่าง)

ประวัติและค าไว้อาลัย

แด่

——————————————————–
เรียน ท่านประธานในพิธีฯ ทีเคารพ
กระผม …………………………………………………………… ได้รับเกียรติจากท่านเจ้าภาพ ให้เป็นผู้อ่านประวัติและค าไว้อาลัยต่อผู้วายชนม์ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและร าลึกถึง วาระสุดท้าย ก่อนที่ร่างศพจะถูกเผาไหม้เป็นจุลต่อไป
ท่านประธานฯ และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ร่างที่ปราศจากวิญญาณและนอนสงบนิ่ง บนจิตกาธาน ปรากฏ ณ เบื้องหน้าของท่านทั้งหลายนั้นเป็นร่างของ………………………………………..
ผู้ซึ่งได้จากโลกนี้ไปอย่างปัจจุบันทันด่วนและไม่มีวันที่จะหวนกลับคืนมาอีกในภาพเดิม ท่าม บรรยากาศที่มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ และอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก ของบิดา มารดา ภรรยา บุตร ธิดา ญาติ มิตร และความรู้สึกสลดใจยิ่งนักของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน

20

การเกิด

……………………………………..

เกิดเมื่อวันที่………….
เดือน………………..
พ.ศ.
…………
ณ บ้านเลขที่……………………
หมู่ที่ ………………….
ต าบล……………………
อ าเภอ…………………..

จังหวัด……………………………………………….

เป็นบุตรคนที่………..
ในจ านวนบุตรธิดา…………
คน
ของ ………………………………………………….

การศึกษา


ส าเร็จการศึกษาจาก…………………………………………

เมื่อ.พศ. ………………….


ส าเร็จการศึกษาจากโรงเรียน…………………………….
เมื่อ .พศ. ………………….


ส าเร็จหลักสูตร………………………….
จาก …………….
เมื่อ.พศ. ………………….

รับราชการ


รับราชการบรรจุเข้าเป็นนักเรีนายสิบต ารวจ
เมื่อ.พศ. ………………….


รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นสิบต ารวจตรี
เมื่อ.พศ. ………………….


รับราชการเลื่อนยศเป็นสิบต ารวจโท
เมื่อ.พศ. ………………….


รับราชการเลื่อนยศเป็นสิบต ารวจเอก
เมื่อ.พศ. ………………….


รับราชการเลื่อนยศเป็นจ่าสิบต
รวจ
เมื่อ.พศ. ………………….


รับราชการเลื่อนยศเป็นดาบต ารวจ
เมื่อ.พศ. ………………….

การปฏิบัติราชการ


บรรจุเข้ารับราชการ………………………………..

เมื่อ.พศ. …………………..


เป็น……………………………………………………..

เมื่อ.พศ. …………………..


เป็น……………………………………………………..

เมื่อ.พศ. …………………..


รับพระราชทาน………………………………………..

เมื่อ.พศ. …………………..

สถานภาพครอบครัว

…………………………………………………

ได้สมรสกับ……………………………………………

ธิดาของ………………………………………….
………………………………………
กับ
เมื่อ พ.ศ.
………………

มีบุตรธิดาจ านวน…………………..
คน คือ

1. ………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………

3.

ฯลฯ

21

ค าสดุดี

…………………………………….

ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้ปฏิบัติราชการด้วยความแข็งแร
ขยัน อดทน มีความสามารถ และซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา เป็นที่เคารพขอ
ผู้ใต้บังคับบัญชาะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างยิ่งแล
ทั้งเป็นผู้เอาใจใส่ดูแลและเลี้ยงด
มารดา ภรรยาและบุตรธิดาด้วยความรักและความห่วงใย ตลอดถึงเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา
ในพระบวรพุทธศาสนาอย่างยิ่ง กอปรกับกิริยาอัธยาศัยของผู้วายชนม์เป็นผู้มีควาและมอ่อนโยนี
ความร่าเริงอยู่เสมอ เป็นที่เมตตาของผู้บังคับบัญชาและเป็นที่รักใคร่นับถือของญาติมิตรโดยทั่วหน้า
ในวาระสุดท้าย………………………………
ได้……………………………………………………….

และเสียชีวิตด้วยอาการอันสงบ ……..เมื่อวันที่เดือน…………………
พ.ศ.
…………เวลา …….
นาฬิกา
รวมสิริอายุขัยได้……………
ปี

22

บทปลง

อันความตายนั้น เป็นสภาพที่ทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สรรพสัตว์ที่เกิดมาบนผืนปฐพ
จ าต้องมีการพลัดพรากจากโลกนี้ เพื่อไปสู่สัมปรายภพในเบื้องหน้า บัณฑิตท่านอุปมาชีวิตไว้ว่า
หยาดน้ าค้างที่อยู่ยอดหญ้าเมื่อแสงอาทิตย์ส่องมา ย่อมเหือดแห้งหายไปได้โดยเร็ว ไม่ต
ได้นานฉันใด
ชีวิตของมนุษย์ก็เปรียบเหมือนหยาดน้ าค้างฉันนั้น
ชีวิตของมนุษย์นั้นสั้นนิดเดียว แต่ว่ามีทุกข์มากคคลที่กระทดังนั้น าคุณงามความดีบุ
ไว้ เมื่ออยู่ในโลกนี้ ย่อมบันเทิงใจ และเมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ย่อมบันเทิงใจ ได้ชื่อว่า ย่อ
ใจในโลกทั้งสอง เพราะได้เห็นการกระท าอันบริสุทธิ์ของตนแล้ว…………………………
เมื่อยังมีชีวิตอยู่
ได้สร้างคุณงามความดีไว้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและศาสนา โดยสมควรแก่อัตภาพ เมื่อมา
ประสบมรณกรรม
เช่นนี้ จึงเชื่อว่าคุณงามความดีที่ได้ประกอบไว้นั้นย่อมส่งผลให้บันเทิงใจใน
โลกหน้า

ด้วยอ านาจบุญกุศลที่ท่านเจ้าภาพได้บ าเพ็ญมา ด้วยความตั้งใจที่จะอุทิศกัลปนาผล
ทักษิณานุประทาน จงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ได้รับทราบเป็นปัตตานุโมทนาด้วย
เพื่อส าเร็จหิตานุหิตประโยชน์ โดยสมควรแก่คติในสัมปรายภพ นั้นเทอญ

(อ่านด้วยเสียงแผ่วเบา)

“ขอให้ด้วงวิญญาณของผู้วายชนม์ ไม่ว่าจะสถิต ณ พิมานใด จงล่วงรู้ถึงการบ าเพ็ญ
กุศลที่ผู้บังคับบัญชา บิดา มารดายาบุตรธิดาภรร
ญาติมิตร เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ได้
อุทิศส่วนกุศลไปให้ และด้วยอ านาจคุณพระศรีรัตนตรัยและคุณงามความดีที่ผู้วายชนม์ได้ประกอ
ไว้แล้วเองอย่างดี ตลอดถึงกุศลทักษิณาทานอุทิศทั้งมวล ดังกล่าวมาจงส่งผลดลบันดาล ประทานพร
ให้ดวงวิญญาณของ………………………………………
จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพนั้นเทอญ.
การทอดผ้าบังสุกล
การทอดผ้าบังสุกุลนั้น เจ้าภาพจะต้องพิจารณาว่า แขกผู้มีเกียรติชั้นผู้ใหญ่ที่เชิ มีจ านวนเท่าใดก็จัดผ้าไตรเท่ากับจ านวนแขกชั้นผู้ใหญ่ การที่จะใช้ผ้าไตรส าหรับทอดผ้าบังสุมาก น้อยเพียงใดนั้น ควรให้เป็นไปตามความเหมาะสม
การเชิญแขกขึ้นทอดผ้าบังสุกุล เจ้าภาพจะต้องไปเชิญด้วยตนเอง โดยมีผู้ถือพานผ้าไตร ตามเจ้าภาพไปด้วย แต่ถ้าแขกที่เป็นประธานเป็นผู้ใหญ่ชั้นสูง หรือเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูง เจ้าภาพก็ควรถือพานผ้าไตรไปเชิญด้วยตนเองมื่อแขกผู้รับเชิญลุกจากที่นั่ง เจ้าภาพหรือผู้ถือพาน ผ้าไตรก็เดินตามแขกผู้นั้นไป เมื่อขึ้นบันไดเมรุแล้วก็ส่งมอบผ้าไตรให้ ผู้ทอดผ้าก็จะรับผ้าไตร ไปวางลงตรงที่ส าหรับทอดผ้า แต่ถ้าไม่มีการจัดที่ส าหรับทอดผ้าไว้ ก็วางผ้าไตรนั้นลงบนหีบศพ ทางด้านหัวนอนศพ แล้วผู้ทอดผ้าก็คอยอยู่จนกว่าพระสงฆ์จะมาชักผ้าบังสุกุล
23
นอกจากเจ้าภาพจะน าผ้าไตรไปเชิญแขกด้วยตนเองแล้ว ดอกไม้ธูปเทียนที่จัดไว้ส าหรับ ประธาน เจ้าภาพก็ต้องน าไปเชิญด้วยตนเอง
ล าดับการเชิญ

เจ้าภาพต้องเตรียมอุปกรณ์ประชุมเพลิงศพไว้ให้พร้อมบนเมรุ

เชิญท่านผู้มีอาวุโสน้อยไปหาท่านผู้มีอาวุโสมากขึ้นไปตามล าดับ

เชิญประธานในพิธีฯ ขึ้นทอดผ้าบังสุกุลเป็นอันดับสุดท้าย เมื่อท่านทอดผ้าบังสุกุ
ก็เชิญท่านประกอบพิธีประชุมเพลิงสืบต่อกันไปทันที
การปฏิบัติส าหรับผู้เชิญและผู้รับเชิญ

ก. ส าหรับผู้เชิญ

มีภาชนะส าหรับรองรับผ้าบังสุกุล เช่น พานกะไหล่ทอง หรือตะลุ่มมุก เป็นต้น

ถือภาชนะใส่ผ้าบังสุกุลด้วยมือทั้งสอง ประคองเข้าไปเชิญครั้งละ1 ท่าน (เมื่อผู้รับ
เชิญมีจ านวนน้อยท่าน)

เดินเข้าไปหาผู้รับเชิญ ท าความเคารพแล้วกล่าวค าเชิญและเดินตามหลังผู้รับเชิญ
นั้นไป
โดยเดินไปทางด้านซ้ายมือของท่าน

ขึ้นเมรุ ยืนห่างจากผู้รับเชิญประม1 ก้าวณมือทั้งสองประคองภาชนะใส่ผ้าบังสุกุล
ยื่นมอบให้ท่าน

ลงจากเมรุ เตรียมผ้าบังสุกุลใส่ภาชนะรองรับไปเชิญท่านต่อ ๆ ไป

ข. ส าหรับผู้รับเชิญ

เมื่อได้รับเชิญ พึงลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าผู้เชิญโดยยังไม่ต้องรับผ้าบังสุกุล ขึ้นเมรุแล้ว
ยืนเบื้องหน้าหีบโลง หรือโกศศพ ท าความเคารพตามประเพณีนิยม รับผ้าบังสุกุล แล้ววางทอดไว้ ณ ภาชนะที่เขาเตรียมรองรับ(ถ้าไม่มีที่รองรับ ก็วางบนหีบ-โลงศพฯ)
– ขณะที่พระสงฆ์ขึ้นไปบนเมรุ พึงน้อมตัวลงยกมือไหว้ ขณะที่ท่านพิจารณาผ้าบังสุกุล พึงประนมมือ และขณะที่พระสงฆ์ลงจากเมรุ พึงน้อมตัวลงยกมือไหว้อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงลงจากเมร – ถ้าเป็นประธานในพิธีฯ ครั้นทอดผ้าบังสุกุล และท าความเคารพพระสงฆ์แล้ว พึงเริ่ม ประกอบพิธีประชุมเพลิงศพต่อไป

 

ชาทีมิกซ์

Posted on กรกฎาคม 4, 2014, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: