Dementia

Dementia คือภาวะทีการทำงานของสมองดาน cognitive หรอ intellectual function เสือมถอย และลดลงอย่างต่อเนื่องจากระดับปกติที่เคยเป็นอยู่ การเปลี่ยนแปลงนี้มีค่อนข้างมากเกินกว่าที่พบใน คนสูงอายุ ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ โดยที่ผู้ป่วยเองไม,รู้ แต่ญาติและคนข้างเคียงสังเกตเห็น ได้ การปฏิบัติงานในกิจวัตรประจำวันด้านอาชีพ ด้านสังคม iADL (instrumental activities of daily living) เสียไปในระยะตน การดูแลสุขอนามัยส่วนตัว bADL (basic personal care activities of daily living) เสยไปในระยะกลาง และในระยะสุดท้าย self awareness และ simple basic locomotion เช่น การเดิน การยืน การนั่ง การทรงตัว เสียไปด้วย กลายเป็นผู้ป่วยที่ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอด พูดไม’ได้ ฟิงไม,รู้เรื่อง จำตัวเอง ภรรยา/สามี ลูกหลานและคนใกล้ชิดไม,ได้ สำหรับ Alzheimer’s disease การ เปลี่ยนแปลงทั้งหมด จากระยะต้นจนถึงระยะสุดท้าย ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี ในระหว่างนี ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ พฤติกรรม เช่น depression หรือ delirium ร่วมด้วยโดยเฉพาะในระยะต้นและระยะกลาง สำหรับภาวะสมองเสื่อมจากสาเหตุอื่น ช่วงเวลาการ ดำเนินของโรคก็แปรผันไปตามต้นเหตุของโรคสมองเสื่อมนันๆ ซึ่งอาจจะน้อยหรือมากกว่าของ AD ก็ได้ (แผนภูมิที่4-5)
คำจำกัดความเชิงบรรยายดังกล่าวจะครอบคลุม การดำเนินของภาวะสมองเสือม ตังแต่ระยะ ด้นจนถึงระยะสุดท้าย และครอบคลุมประเด็นสำคัญๆ ทุกประเด็นที่ต้องนำไปใช้ในการซักประวัติ และตรวจร่างกาย เพื่อการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม ถ้าจะให้สรุปสันๆ แบบไทยๆ dementia คือ ภาวะ ที่ผู้สูงอายุ ถอยหลังกลับกลายเป็น “เด็กน้อยธรรมดาๆ” ในทุกด้านการทำงานของสมอง ด้านความจำ การตัดสินใจ อารมณ์ พฤติกรรม การควบคุมระบบขับถ่าย และการเคลื่อนย้ายร่างกายในระยะสุดท้าย โครงสร้างของร่างกายหรือลำตัวเท่านันที่ถอยหลังกลับกลายเป็นเด็กใหม่ไม่ได้

แผ่นติดเท้า

AHCPR – The Agency for Health Care Policy and Research-U.S.A.
Dementia is a syndrome of progressive decline that relentlessly erodes intellectual abilities, causing cognitive and functional deterioration ,which leads to impairment of social and occupational functioning. After onset, many patients with Alzheimer’s disease live a decade or more with advancing debility

ADL – very important point in history taking for dementia cases
– one must firmly establish what is the highest point of each functional ADL before the onset of dementia
• Cognitive loss first & before motor (voluntary) loss
Stage 1 เกิดความผิดพลาดในด้าน อาชีพ การงาน สังคม บ่อย ๆ และมากฃึนเรื่อย ๆ Stage 2 เกิดความผิดพลาดและสูญเสียความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันส่วนตัว Stage 3 ไร้สมรรถภาพทุกอย่าง ไม’สามารถช่วยตนเองได้ ตองพึ่งพาผู้อื่น จำตัวเองไม,ได้
แผนภูมิท 5 แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง MCI และ AD กับอายุ และ MMSE score
Dementia definition ะ as a graphic diagram

แผ่นแปะเท้า
MMSE
รcore with Age & MMSE & MCI references
Age – yrs

*MMSE score 23 ผิดปกติ (แบบทดสอบ หน้า 58)
TMSE score 23 ผิดปกติ (แบบทดสอบ หน้า 59)
MCI : Mild cognitive impairment (MMSE score 23 – 30)
• ความชุกร้อยละ 10-15 ในประชากรผู้สูงอายุ
• แปรเปลี่ยนเป็น AD ร้อยละ 10-15 ต่อปี
• การตรวจพิสูจน์ศพในผู้ป่วย MCI 25 รายพบความผิดปกติทางพยาธิสภาพของ สมองที่เข้าได้กับ AD ร้อยละ 84 (21 ราย ใน 25 ราย)
• เมื่อประเมินติดตาม cognitive function จะดีฃึนหรือกลับเป็นปกติ ร้อยละ 40 ต่อปี* AD : Alzheimer’s disease เกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สัมพันธ์กับจำนวนปีของอายุที่เพิ่มฃึน
Larneu ร, Letenneur L, Orgogozo JM, et ฟ. Incidence and outcome of mild cognitive impairment in a population – based prospective cohort. Neurology 2002 ; 59 ะ 1594-9
Activities of daily living (ADL)
ADL เปนดัชนี’ชีบ่งทีดีทีสุด ไวทีสุดในการวินิจฉัย ติดตาม และประเมินความรุนแรงของ ภาวะสมองเสื่อม
เหตุผลทีเป็นเช่นนีเพราะขณะที่มนุษย์มีชีวิต จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายที่ เดินไปมา และมี ปฎิสัมพันธกับสิงทีอยู่รอบตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น คน สิงของ สิ่งแวดล้อมและเหตุการณ์ในธุรกิจ สังคม หรอกิจวัตรประจำวันส่วนตัว เช่น อาบนำ แปรงฟืน แต่งตัว รับประทานอาหาร ดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ทุกเหตุการณ์หรือกิจกรรม ต้องใช้สมองเกี่ยวกับเรื่อง ความจำ การวิเคราะห์ ข้อมูล การตัดสินใจ และการกระทำ สมองจะถูกกระตุ้นให้จำ ให้คิด ให้สั่งงานตลอดเวลา วันละ หลายๆ ครัง memory circuits ในสมองทัง main และ minor หรือ satellite circuits จะถูกทดสอบแล้ว ทดสอบอีก จนกว่าจะจบกิจวัตรประจำวัน เมื่อถึงเวลานอน โดยสรุป
• MMSE ทดสอบการทำงานของสมองในช่วงเวลาที่ทำการสอบเพียง
15-30 นาที เท’านัน
• ADL ทดสอบการทำงานของสมอง วันละหลายชั่วโมง และสัปดาห์ละ
หลายสิบครั้ง !
การนำ ADL ไปใช้ในการวินิจฉัย dementia จำเป็นต้องทำให้ถูกหลักการและเป็นขั้นเป็นตอน
1. ต้องเก็บข้อมูล ADL ของผู้ป่วยที่สงสัยจะมีภาวะสมองเสื่อมให้ครบและสมบูรณ์ที่สุด
ตังแต่ผู้ป่วยเป็นปกติ ยังไม่มีป้ญหาภาว ะสมองเสื่อม และตลอดช่วงเวลาที่มีภาวะสมองเสื่อม
• เก็บจากผู้ป่วยโดยตรง
• เก็บจากญาติ ผู้ใกล้ชิด ผู้ดูแล
• จากประวัติการเจ็บป่วยหรือเวชระเบียน
2. เปรียบเทียบข้อมูล ADL เมื่อผู้ป่วยเป็นปกติกับช่วงที่มีป้ญหาภาวะสมองเสื่อม ถ้าได้ข้อสรุปใน 3 ประเด็นต่อไปนี้ แสดงว่า ผู้ป่วยรายที่สงสัยนี้ “มีภาวะสมองเสื่อม”
• ADL ของผู้ป่วยบกพร่อง ผิดพลาด ชัดเจน
• ความผิดพลาดใน ADL เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจน
• ผู้ป่วยไม่รู้ ว่ามีความผิดพลาดใน ADL เหล่านัน (แต่ญาติรู้และบอกว่าข้อบกพร่องนัน หนักขืน มากขืนเรื่อยๆ)

Foot patch

Posted on กรกฎาคม 27, 2014, in บทความ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: